เมื่อไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น คุณเคยสังเกตเห็น “ลวดลาย” หรือ “ตัวละคร” บางอย่างที่ปรากฏซ้ำ ๆ บนบรรจุภัณฑ์ของที่ระลึก ลายกิโมโน หรืออาคารของศาลเจ้าบ้างไหม?
ตัวอย่างเช่น สัตว์อย่างนกกระเรียนหรือเต่า หรือพืชอย่างต้นสน ทั้งหมดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์มงคลหรือนำโชคในญี่ปุ่น เรียกว่า “เอ็นกิโมโน” แม้แต่เครื่องรางนำโชคและของอย่างโอมาโมริ หรือคุมะเดะ (คราด) ที่ได้รับจากศาลเจ้าและวัด ก็ทำขึ้นโดยการผสมผสานสัญลักษณ์มงคลเหล่านี้เข้าด้วยกัน
ครั้งนี้ เราได้คัดสรร “สัญลักษณ์มงคล” ที่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมญี่ปุ่นจำนวน 25 แบบมาแนะนำให้คุณได้รู้จัก เมื่อเข้าใจความหมายของแต่ละลวดลายแล้ว คุณจะสามารถเลือกซื้อของฝากที่มีข้อความดี ๆ แฝงอยู่ได้เมื่อมาช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น!
“เอ็นกิ” คืออะไร? ความหมายและบทบาทในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน
คำว่า “เอ็นกิ” มีรากศัพท์มาจากพุทธศาสนา (ภาษาสันสกฤตว่า “pratītya-samutpāda” หรือในภาษาบาลี "ปฏิจจสมุปบาท") ซึ่งหมายถึง “ทุกสิ่งมีเหตุและผล” (ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะมีเหตุปัจจัย) ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “อินเน็นโชคิ” (因縁生起) และต่อมาถูกย่อเหลือเป็น “เอนกิ” (縁起)
ในภาษาญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน เมื่อพูดว่า “เอ็นกิ งะ อี้” (縁起が良い) หมายถึง “สัญญาณว่ามีสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” หรือ “โชคดี”
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นจำนวนมาก มักมองเห็นทานุกิหรือแมวกวักมาเนะกิเนโกะแล้วคิดว่าเป็น “ของตกแต่งน่ารัก” หรือ “ของฝากสนุก ๆ” อย่างไรก็ตาม “เอ็นกิโมโน” ของญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ของประดับตกแต่งเท่านั้น แต่เป็นสิ่งของที่สะท้อนความปรารถนาในความสุขและความเชื่อของผู้คนที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เอ็นกิโมโนแต่ละชิ้นจะเต็มไปดัวยพลังหรือความปรารถนาเฉพาะ เช่น “ความมั่งคั่ง” “สุขภาพ” “อายุยืน” หรือ “ค้าขายรุ่งเรือง” เมื่อเข้าใจความหมายเหล่านี้แล้ว คุณจะซาบซึ้งในวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
4 ตัวละครนำโชคสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น
มาเริ่มต้นด้วยการแนะนำ 4 สัญลักษณ์มาสคอตนำโชคที่พบเห็นได้บ่อยในรูปแบบตุ๊กตาหรือฟิกเกอร์ในญี่ปุ่นกันก่อน
1. ทานุกิ | ความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจ
รูปปั้นทานุกิพุงพลุ้ยเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยหน้าร้านอาหารและอิซากายะในญี่ปุ่น ทำจากเครื่องปั้นดินเผาที่เรียกว่า “ชิงารากิยากิ” โดยเชื่อกันว่าเป็นเครื่องรางนำโชคด้านความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความสำเร็จในการแข่งขัน เนื่องจากคำว่า “ทานุกิ” พ้องเสียงกับวลี “ทา โอะ นุกุ” (他を抜く แปลว่า แซงหน้าผู้อื่น) จึงเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะเหนือคู่แข่ง
ว่ากันว่ารูปปั้นทานุกิในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นโดย ฟูจิวาระ เท็ตสึโซ (Fujiwara Tetsuzō) แห่ง “Tanukiya Sohonke Rian” (たぬき家総本家 狸庵) ในจังหวัดชิกะ นอกจากนี้ ในปี 1951 เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะเสด็จเยือนชิงารากิและทรงแต่งบทกวีเกี่ยวกับทานุกิ รูปปั้นนี้จึงมีชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ลักษณะและเครื่องประดับของทานุกิชิงารากิยังสื่อถึง “คุณลักษณะมงคลทั้งแปด” (八相縁起 / Hassō Engi) โดยแต่ละอย่างมีความหมายดังนี้:
- หมวกฟาง: เตรียมพร้อมเสมอและป้องกันตัวเองจากเคราะห์ร้ายที่ไม่คาดคิด
- ดวงตาโต: สังเกตสิ่งรอบตัวและตัดสินใจอย่างรอบคอบ
- รอยยิ้ม: ความเป็นมิตรนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจ
- ขวดเหล้า: ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ทคคุริ (徳利) ซึ่งคำว่า โทคุ "徳" แปลว่าบุญหรือกรรมดี สื่อถึงการมุ่งมั่นเป็นคนดีมีคุณธรรม
- สมุดบัญชี: ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
- พุงใหญ่: มีทั้งความสุขุมและความกล้าหาญ
- ถุงเงิน: นำโชคดีและความมั่งคั่งมาให้
- หางอ้วนหนา: ทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงจนถึงที่สุดดุจปลายหางที่มั่นคง
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถพบรูปปั้นทานุกิได้มากมาย ขอแนะนำ ชิงารากิในอำเภอโคงะ จังหวัดชิกะ รวมถึง สถานี Hozukyo บน Sagano Scenic Railway ในอาราชิยามะ กรุงเกียวโต อย่าลืมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันด้วยนะ!
👉ชิงารากิยากิ คืออะไร? เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น
2. มาเนกิเนโกะ|แมวกวักนำโชค
“มาเนกิเนโกะ” เป็นเครื่องรางนำโชคแบบดั้งเดิมที่เชื่อกันว่าสามารถนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ธุรกิจ ในปัจจุบันยังได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติในฐานะของที่ระลึก โดยมักเรียกกันว่า “Lucky Cat” หรือ “Welcome Cat”
มีทฤษฎีหลายอย่างเกี่ยวกับที่มาของการเป็นเครื่องรางนำโชคของมาเนกิเนโกะ แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ตำนานที่เกี่ยวข้องกับวัดโกโตคุจิในโตเกียว โดยว่ากันว่าในสมัยเอโดะ อิอิ นาโอทากะ (井伊直孝 / Ii Naotaka) เจ้าเมืองฮิโกเนะ (ปัจจุบันคือจังหวัดชิกะ) กำลังเดินทางกลับจากการล่านกเหยี่ยวและผ่านหน้าวัดโกโตคุจิ ขณะนั้นมีแมวตัวหนึ่งกวักมือเรียกเขาเข้าไปในวัด ระหว่างที่เขาอยู่ในวัดก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ด้วยความช่วยเหลือของแมวตัวดังกล่าว เขาจึงไม่เปียกฝนและยังได้สนทนาธรรมอย่างเพลิดเพลินกับเจ้าอาวาส หลังจากนั้นเจ้าเมืองก็ให้ความรักกับแมวตัวนั้น ต่อมา ที่วัดโกโตคุจิ แมวที่นำโชคดีมาให้ถูกเรียกว่า “มาเนกิเนโกะ” (招福猫児 หากอ่านตามคันจิที่เขียน จะอ่านว่า "โชฟุกุเนโกะ" แปลว่า แมวเรียกโชค) และได้มีการสร้างศาลาพิเศษเพื่อบูชา
มาเนกิเนโกะมีหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละแบบก็มีความหมายและพรที่แตกต่างกัน
- ถ้ายกอุ้งเท้าขวา เชื่อกันว่าจะนำ “โชคลาภด้านการเงิน” ส่วนถ้ายกอุ้งเท้าซ้าย เชื่อกันว่า “เชิญชวนผู้คน”
*บางตัวจะยกสองข้าง แต่ก็มีความหมายว่า “ยอมแพ้” และบางครั้งถือว่าไม่เป็นมงคล - โดยปกติจะถือ “โคบัง” (เหรียญทอง เงินสมัยเอโดะ) แต่บางตัวก็ถือของนำโชคอื่น ๆ เช่น ปลาไท้ ค้อน หรือคราด
- ในช่วงหลัง ๆ นี้ สะท้อนถึงยุคสมัย มีมาเนกิเนโกะที่เชื่อกันว่าสามารถนำพรด้าน “ความรัก” “อายุยืน” หรือ “ถูกรางวัลล็อตเตอรี่” ได้ด้วย
- สีของมาเนกิเนโกะก็มีความหมายและพรที่แตกต่างกันเช่นกัน
- ตัวอย่าง:
- สีทอง/เหลือง: เสริมโชคลาภด้านการเงิน
- แมวสามสี: นำโชคดี
- สีดำ: ป้องกันสิ่งชั่วร้าย ปกป้องจากเคราะห์ร้าย และคุ้มครองความปลอดภัยของครอบครัว
ทั่วประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับมาเนกิเนโกะมากมาย ที่วัดโกโตคุจิซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดของตำนานนี้ คุณจะพบมาเนกิเนโกะจำนวนมากไม่เพียงแต่ในบริเวณวัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงถนนช็อปปิ้งโดยรอบด้วย ในจังหวัดไอจิ ที่อำเภอโทโกนาเมะมี “ถนนมาเนกิเนโกะโทโกนาเมะ” ที่มีชื่อเสียง และที่อำเภอเซโตะก็มี “พิพิธภัณฑ์มาเนกิเนโกะ” หากมีโอกาสอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมกันนะคะ
🎫[kkday] ซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์มาเนกิเนโกะ
3. ดารุมะ|จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ล้มแล้วลุกขึ้นใหม่เสมอ
“ดารุมะ” ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันในชื่อตุ๊กตาล้มลุก ถูกออกแบบมาให้ตั้งขึ้นได้เองเมื่อถูกผลักล้ม สื่อถึงสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” (七転び八起き / Nanakorobi Yaoki) เป็นที่รู้จักในฐานะเครื่องรางนำโชคสำหรับความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจและความสำเร็จ โดยมีต้นแบบมาจากพระภิกษุชาวอินเดียชื่อพระโพธิธรรม
พระโพธิธรรมเกิดเมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน ที่เมืองคันธาระ ทางตอนใต้ของอินเดีย ได้บวชเป็นพระและฝึกปฏิบัติโดยมีฉายาทางธรรมว่า “โพธิธรรม” (菩提達磨 คันจิอ่านว่า โบไดดารุมะ) ต่อมาได้เดินทางไปประเทศจีน และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานของนิกายเซน
ต้นกำเนิดของ “ดารุมะนำโชค” อยู่ที่อำเภอทาคาซากิ ในจังหวัดกุนมะ ที่ “วัดโชรินซังดารุมะจิ” (少林山達磨寺 วัดดารุมะ สำนักโชริน/เส้าหลิน) โดยว่ากันว่าต้นกำเนิดของตุ๊กตาดารุมะมาจากเจ้าอาวาสของวัดนี้ชื่อ โทกากุ โอโช (東嶽和尚 / Tōgaku Oshō) ที่ได้สอนวิธีทำตุ๊กตาดารุมะให้กับชาวนา ชื่อ ยามากาเกะ โทโมโงโร่ (Yamagake Tomogorō) ซึ่งกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง
จุดเด่นของดารุมะแห่งทาคาซากิคือ คิ้วที่วาดเป็นรูปนกกระเรียน และหนวดจากจมูกถึงปากที่วาดเป็นรูปเต่า ซึ่งทั้งสองสัตว์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและอายุยืน
สำหรับเหตุผลที่ตุ๊กตาดารุมะถูกทาสีแดงนั้นมีหลายทฤษฎี บ้างก็ว่าเพราะโพธิธรรมและพระชั้นสูงในอดีตสวมจีวรสีแดงสด หรือบางทฤษฎีก็เชื่อว่าสีแดงนั้นช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย
หากคุณต้องการซื้อตุ๊กตาล้มลุกดารุมะ เป็นของฝากในญี่ปุ่น ขอแนะนำให้แวะชมร้านขายของฝากบริเวณ “วัดคาตาโอกะยามะดารุมะจิ” (片岡山達磨寺 / Kataokayama Daruma Temple) ในจังหวัดนารา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของการบูชาดารุมะ หรือร้านค้าใกล้เมืองทาคาซากิในจังหวัดกุนมะ นอกจากนี้ยังมีร้านเฉพาะทางจำหน่ายดารุมะที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะที่วัดคาวาซากิไดชิซึ่งเดินทางเข้าถึงได้สะดวกจากโตเกียวอีกด้วย อย่าลืมแวะไปชมกันนะคะ
👉สีและความหมายของดารุมะคืออะไร? เรียนรู้วิธีวาดตาและเกร็ดความรู้เกี่ยวกับดารุมะเพิ่มเติมในบทความนี้
4. ตุ๊กตาโคเคชิ | อธิษฐานให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโต
“โคเคชิ” เป็นตุ๊กตาไม้โบราณของญี่ปุ่น ถือเป็นเครื่องรางนำโชคด้านการมีบุตรและขอพรให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงเติบโต
เชื่อกันว่าโคเคชิมีต้นกำเนิดในช่วงปลายยุคเอโดะ โดยทำขึ้นเป็นของฝากสำหรับผู้ที่มาเยือนบ่อน้ำพุร้อนในภูมิภาคโทโฮคุ ชื่อ “โคเคชิ” ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการในปี 1940 เมื่อมีการจัดงาน “Tokyo Kokeshi Association Naruko Convention” ที่นารุโกะออนเซ็นในจังหวัดมิยางิ โดยช่างฝีมือและผู้เกี่ยวข้องได้ตกลงใช้ตัวอักษรฮิรางานะสามตัวว่า “こけし”
โทกัตตะ นารุโกะ และสึจิยุออนเซ็น เป็นที่รู้จักในฐานะ “สามแหล่งกำเนิดหลักของโคเคชิ” โดยแต่ละพื้นที่จะมีรูปทรง ลวดลาย และเทคนิคเฉพาะที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
👉ตุ๊กตาโบราณของญี่ปุ่นและโคเคชิคืออะไร? อธิบายอย่างละเอียด
🎎“โคเคชิโบราณ” มีราคาแพงหรือไม่? เช็คราคากันได้ที่นี่ (Yahoo! Shopping)
สัตว์มงคล สัตว์นำโชค
ในญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกในการเคารพบูชาสัตว์บางชนิดในฐานะผู้ส่งสาส์นของเทพเจ้า หรือเป็นสัตว์พิเศษที่นำความสุขมาให้ ไม่เพียงแต่หวังจะได้รับคุณลักษณะและนิสัยดีๆ จากสัตว์เหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังนิยมเล่นคำโดยนำเสียงของชื่อสัตว์มาเชื่อมโยงกับความปรารถนาหรือความหวังอีกด้วย ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
5. นกกระเรียนและเต่า | อายุยืนยาว
ตามสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า “นกกระเรียนมีอายุพันปี เต่ามีอายุหมื่นปี” สัตว์ทั้งสองนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนและความสามัคคีในชีวิตสมรส มักพบลวดลายของนกกระเรียนและเต่าในชุดกิโมโนแต่งงานและของขวัญในโอกาสมงคล
6. สัตว์ประจำปีนักษัตร | ผู้พิทักษ์ประจำปี
ในหลายประเทศในเอเชียรวมถึงญี่ปุ่น มีวัฒนธรรม “สัตว์ประจำปีนักษัตร 12 ราศี” โดยแต่ละปีจะมีสัตว์หนึ่งชนิดเป็นตัวแทนหมุนเวียนกันไป ในญี่ปุ่นสัตว์ประจำปีจะเรียกว่า “เอโตะ” (干支) และมีธรรมเนียมการตั้งตุ๊กตาสัตว์ประจำปีไว้ที่ทางเข้าบ้านหรือในโทโคโนมะ (床の間 มุมตกแต่งในบ้านแบบญี่ปุ่น) ช่วงปีใหม่
การตั้งเครื่องรางนักษัตรเป็นการต้อนรับเทพโทชิงามิ (เทพผู้มอบความสุขประจำปีนั้นๆ) ในช่วงปีใหม่ และขอพรให้ครอบครัวปลอดภัย ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง และเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการสวมใส่เครื่องประดับที่มีสัญลักษณ์นักษัตรของตนเองหรือของปีนั้นจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีได้อีกด้วย
เครื่องรางนักษัตรถือเป็นเครื่องรางนำโชคที่พบได้บ่อยที่สุดในญี่ปุ่น และยังใช้เป็น “ของตกแต่งปีใหม่” เพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นปีอีกด้วย
7. ปลาไท้ ปลากะพงแดง | การเฉลิมฉลอง & โชคลาภ
ปลากะพงแดง (鯛 / tai ปลาไท้) ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองและโชคดี เพราะชื่อของมันออกเสียงคล้ายกับคำว่า “เมเดะไต” () ซึ่งแปลว่า “น่ายินดี” หรือ “มีความสุข” ในภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงจากการที่เทพเอบิสุ หนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด ถือปลากะพงแดงไว้ด้วย
👉เทศกาลที่เทพเอบิสุเป็นดาวเด่น? “เอบิสุโค” คืออะไร และจัดขึ้นเมื่อไหร่?
8. ปลาคาร์พ | ความสำเร็จ & ความก้าวหน้า
ปลาคาร์พว่ายทวนน้ำทวนกระแส ตามตำนานจีนเรื่อง “ประตูมังกร” ปลาคาร์พที่ว่ายขึ้นน้ำตกที่ต้นแม่น้ำเหลืองได้สำเร็จจะกลายเป็นมังกร ด้วยเหตุนี้ ปลาคาร์พจึงเป็นสัญลักษณ์ของการฝ่าฟันอุปสรรคและประสบความสำเร็จหรือเติบโตในชีวิต
ในญี่ปุ่น วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวัน “ทังโกะ โนะ เซกคุ” ซึ่งเป็นประเพณีที่อธิษฐานขอให้เด็กผู้ชายมีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตดี ในวันนี้ผู้คนจะประดับธงปลาคาร์พ (โคอิโนโบริ) เพื่อแสดงความหวังในความสำเร็จและความก้าวหน้าในชีวิต
👉“ทังโกะ โนะ เซกคุ” วันเด็ก 5 พฤษภาคม คืออะไร? อธิบายอย่างละเอียด
9. กบ | การกลับมาโดยสวัสดิภาพ & การฟื้นคืน
คำว่า “คาเอรุ” (กบ) ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงเหมือนกับคำว่า “คาเอรุ” ที่แปลว่า “กลับคืน” หรือ “กลับบ้าน” ด้วยเหตุนี้ กบจึงถูกเชื่อมโยงกับการเดินทางปลอดภัย (กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ) และโชคลาภทางการเงิน (เงินที่ใช้ไปจะกลับคืนมา)
มักจะเห็นเครื่องปั้นดินเผารูปกบวางไว้ในสวนของบ้านญี่ปุ่น
10. นกฮูก | โชคลาภ & สติปัญญา
เพราะคำว่า “ฟุคุโร” (นกฮูก) สามารถเขียนด้วยตัวอักษรที่แปลว่า “ไร้ซึ่งความทุกข์” (不苦労=ฟุ-คุโร) หรือ “โชคดีมาเยือน” (福来郎=ฟุคุ-โร) นกฮูกจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความสุข
นกฮูกสามารถหมุนคอได้รอบ ซึ่งเชื่อมโยงกับความหมายว่า “เงินไม่ขาดมือ” ในภาษาญี่ปุ่นมีสำนวนว่า “คูบิ งะ มาวาระไน” (首が回らない หมุนคอไม่ได้) หมายถึงมีปัญหาทางการเงิน สภาพการเงินขัดข้อง ดังนั้นคอที่หมุนได้ของนกฮูกจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภทางการเงิน
11. กระต่าย | ความก้าวหน้า & โชคลาภ
เพราะกระต่ายกระโดดอย่างกระฉับกระเฉงด้วยขาหลัง จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและความทะเยอทะยาน ในญี่ปุ่น คำว่า “สึกิ” (ツキ) มักใช้หมายถึง “โชค” และยังพ้องเสียงกับคำว่า “พระจันทร์” (月) ด้วย มีตำนานว่ามีกระต่ายอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ จึงเชื่อว่ากระต่ายนำ “สึกิ” (โชค/พระจันทร์) มาให้
กระต่ายเป็นสัตว์ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคย เพราะเป็นหนึ่งในสัตว์ปีนักษัตร และยังปรากฏในตำนาน “กระต่ายขาวแห่งอินาบะ” ด้วย
12. แมลงปอ | โชคดีในการแข่งขัน
เนื่องจากแมลงปอจะบินไปข้างหน้าเท่านั้นและไม่ถอยหลัง (ไม่สามารถบินถอยหลังได้) จึงถูกเรียกขานกันมานานว่า “แมลงแห่งชัยชนะ” และได้รับความนิยมให้นำมาใช้เป็นลวดลายบนหมวกและชุดเกราะของซามูไร แม้แต่ในปัจจุบัน แมลงปอยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคดีในด้านการแข่งขันและการต่อสู้
13. มังกร | โชคลาภทะยานฟ้า
ด้วยการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างทรงพลัง มังกรจึงเชื่อกันว่ามีพลังอำนาจในการเสริมโชคลาภ อำนาจบารมี และการปกป้องคุ้มครอง มักพบเห็นเป็นลวดลายบนภาพวาดเพดานและงานแกะสลักที่ศาลเจ้าและวัด
มังกรยังเป็นหนึ่งในสัตว์ทั้งสิบสองของนักษัตรจีนอีกด้วย
ลวดลายธรรมชาติและพืชพรรณ สื่อถึงทิวทัศน์อันงดงามและพลังชีวิตของญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นรู้สึกถึงพลังพิเศษในความมีชีวิตชีวาของพืชที่เติบโตอยู่ในธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ลวดลายเหล่านี้จึงถูกนำมาใช้ในงานหัตถกรรมดั้งเดิมและการออกแบบในชีวิตประจำวันอยู่บ่อยครั้ง
14. ภูเขาไฟฟูจิ | ที่หนึ่งของญี่ปุ่น & โชคลาภที่ขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
รูปลักษณ์อันสง่างามของภูเขาไฟฟูจิเป็นสัญลักษณ์ของ “ที่สุดของญี่ปุ่น” รูปทรงที่แผ่ขยายจากยอดลงสู่ฐานนี้เรียกว่า “ซูเอะฮิโรกะริ” ซึ่งสื่อถึงอนาคตที่สดใสและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ในช่วงปีใหม่ยังมีคำกล่าวว่า “อิจิ ฟูจิ นิ ทากะ ซัง นาสุบิ” (อันดับหนึ่งภูเขาไฟฟูจิ อันดับสองเหยี่ยว อันดับสามมะเขือม่วง) โดยเชื่อกันว่าหากฝันเห็นภูเขาไฟฟูจิ เหยี่ยว หรือมะเขือม่วงในฝันแรกของปี จะนำโชคดีมาให้
15. ต้นสน ไผ่ และบ๊วย | ความอดทน & พลังชีวิต
ลวดลายนี้ประกอบด้วยสามสิ่ง ได้แก่ “ต้นสน” “ไผ่” และ “บ๊วย” ซึ่งรวมเรียกว่า “โชจิคุไบ” (松竹梅 / Shou-chiku-bai) บางครั้งยังนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของลำดับชั้น โดยเรียงตามลำดับ ต้นสน ไผ่ และบ๊วย
- ต้นสน: เขียวตลอดฤดูหนาว (อายุยืนไม่แก่เฒ่า)
- ไผ่: เติบโตตรงและไม่หักง่าย (การเติบโตและพลังชีวิต)
- บ๊วย: ออกดอกก่อนฤดูใบไม้ผลิ (ความสูงส่งและเปิดดวงเสริมโชค)
16. น้ำเต้า (เฮียวตัน) | สุขภาพดี & ป้องกันสิ่งชั่วร้าย
น้ำเต้าที่มีเถาเลื้อยและออกผลมากมายนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง น้ำเต้าหกลูก (มุ-เบียว ซึ่งพ้องเสียงกับ 無病 ที่แปลว่า “ปลอดโรค”) มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องรางเพื่อสุขภาพที่ดี
นอกจากนี้ ส่วนคอดของน้ำเต้ายังเชื่อกันว่าสามารถดูดซับสิ่งชั่วร้ายได้ จึงมีความหมายในด้านการปัดเป่าสิ่งไม่ดี
17. ปะการัง | อายุยืน & คลอดบุตรปลอดภัย
ปะการังที่ได้รับความนิยมในฐานะอัญมณีมาตั้งแต่โบราณ เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนเนื่องจากเติบโตช้าและมีความงดงาม อีกทั้งคำว่า “ซังโกะ” (珊瑚 ปะการัง) ยังพ้องเสียงกับ “ซังโกะ” (産後 หลังคลอด) จึงเป็นลวดลายยอดนิยมสำหรับการขอพรให้คลอดบุตรปลอดภัย มักพบเห็นได้บนเรือสมบัติ (จะกล่าวถึงในภายหลัง) และหีบสมบัติ
ตั้งแต่สมบัติตำนานจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน! ลวดลาย “สมบัติ & เครื่องมือ” นำโชค
เครื่องรางนำโชคที่มีต้นแบบจากเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งที่ชาวญี่ปุ่นใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ยังคงได้รับความนิยมในฐานะเครื่องรางที่ใกล้ตัวที่สุดสำหรับผู้ที่ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองในกิจการและความปลอดภัยของครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน
18. อุจิเดะ โนะ โคซึจิ (ค้อนนำโชค) | ความมั่งคั่ง & สมปรารถนา
นี่คือค้อนในตำนานที่ว่ากันว่าเมื่อเขย่าแล้วจะสามารถขอพรอะไรก็ได้ เป็นที่รู้จักจากการปรากฏตัวในนิทานพื้นบ้านเรื่อง "อิซซึนโบชิ" (Issun-boshi นักธรรมหนึ่งนิ้ว) และยังเป็นของที่เทพไดโกะคุเท็น (Daikokuten ท้าวมหากาฬ) หนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดถืออยู่ ในฐานะสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง จึงมักถูกนำไปใช้ในการออกแบบพวงกุญแจและของที่ระลึกอื่น ๆ
👉"อิซซึนโบชิ" เป็นนิทานแบบไหน? แนะนำ 5 นิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นสุดคลาสสิก รวมถึงโมโมทาโร่!
19. เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด | เจ็ดพรอันประเสริฐ
เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด (七福神 / Shichifukujin) คือชื่อเรียกรวมของเทพทั้งเจ็ด ได้แก่ เอบิสุ (Ebisu) ไดโกะคุเท็น (Daikokuten ท้าวมหากาฬ) บิชามอนเท็น (Bishamonten ท้าวเวสสุวรรณ) เบ็นไซเท็น (Benzaiten พระสุรัสวดี) โฮเท (Hotei พระสังกัจจายน์จีน), ฟุคุโระคุจู (Fukurokuju ร่างรวมของฮกลกซิ่ว) และจูโรจิน (Jurojin ผู้เฒ่าซิ่วอายุยืน) เชื่อกันว่าท่านเหล่านี้จะนำพาโชคลาภต่าง ๆ เช่น ความมั่งคั่ง อายุยืนยาว และความเจริญรุ่งเรืองของลูกหลาน
ภาพของ "เรือสมบัติ" ที่บรรทุกเทพทั้งเจ็ดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภสูงสุด เพราะเชื่อกันว่าจะนำพรนานาชนิดมาให้พร้อมกัน
👉ในญี่ปุ่น แนะนำให้ไปไหว้ "Shichifukujin Meguri" ที่วัดและศาลเจ้าทั้งเจ็ดแห่ง!
20. โอคาเมะ & เฮียวโตโกะ | เสียงหัวเราะ & ความกลมเกลียว
นี่คือหน้ากากแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น "โอคาเมะ" (Okame) คือหญิงสาวใบหน้ากลมอิ่ม ส่วน "เฮียวโตโกะ" (Hyottoko) คือชายที่ทำปากจู๋ สีหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองทำให้ผู้คนยิ้มแย้ม สะท้อนสำนวนญี่ปุ่นที่ว่า "บ้านที่มีรอยยิ้มจะมีโชคลาภและความสุขมาเยือน" ทั้งสองจึงเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวในชีวิตคู่และความปลอดภัยของครอบครัว
21. พัดญี่ปุ่น | ความเจริญรุ่งเรือง & การเติบโต
รูปทรงของพัดญี่ปุ่นที่กางออกและแผ่ขยายไปทางปลาย หมายถึง "ซูเอะฮิโรกะริ" (suehirogari) หรือความเจริญรุ่งเรืองที่ขยายออกไปเรื่อยๆ จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตและความสำเร็จในอนาคต มักถูกมอบเป็นของขวัญเพื่อความโชคดีในโอกาสสำคัญต่าง ๆ
22. เหรียญโคบัง | ความมั่งคั่ง & โชคลาภ
"โคบัง" (Koban) คือเงินตราที่ใช้ในสมัยเอโดะ และด้วยรูปลักษณ์ของมันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง มักเห็นได้บ่อยในมือของมาเนกิเนโกะ (Maneki-neko) หรือในดีไซน์ของเครื่องรางต่าง ๆ สื่อความหมายตรงไปตรงมาว่า "ขอให้ร่ำรวยเงินทอง"
23. ฟางข้าว | ความอุดมสมบูรณ์ & ไม่ขาดแคลนอาหาร
ฟางข้าวที่บรรจุข้าวเต็มเปี่ยมนี้เป็นสัญลักษณ์ของ "โกะโคคุ โฮโจ" (五穀豊穣 / gokoku hojo) หรือการเก็บเกี่ยวธัญพืชทั้งห้าอย่างอุดมสมบูรณ์ และเป็นความปรารถนาที่จะไม่ขาดแคลนอาหาร จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง เทพไดโกะคุเท็น (Daikokuten ท้าวมหากาฬ) หนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดก็มักถูกวาดภาพยืนอยู่บนฟางข้าว และยังพบเห็นได้บ่อยในเรือสมบัติหรือหีบสมบัติ
24. ลูกข่าง | ความราบรื่นในชีวิต
ลูกข่างเป็นของเล่นดั้งเดิมของเด็ก ๆ ที่หมุนได้อย่างคล่องแคล่วและมั่นคง สื่อถึงความราบรื่นในหน้าที่การงานและชีวิต รวมถึงการหมุนเวียนของเงินทองที่ดี นอกจากนี้ยังมีความหมายถึง "การยืนหยัดด้วยตนเอง" (ความเป็นอิสระ) จึงได้รับความนิยมในการมอบเป็นของขวัญสำหรับเด็ก ๆ
25. ฮาโกอิตะ | ปัดเป่าสิ่งไม่ดี
นี่คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเล่นเกมการละเล่นช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ฮาเนะสึกิ” (Hanetsuki ลูกขนไก่) ฮาเนะสึกิเป็นเกมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่คล้ายกับแบดมินตัน โดยผู้เล่นจะใช้ไม้พายไม้ที่เรียกว่า “ฮาโกอิตะ” (羽子板 / Hagoita) ตีลูกขนไก่ที่มีตุ้มน้ำหนักติดอยู่
เชื่อกันว่า ฮาโกอิตะ มีพลังในการ “ขับไล่สิ่งชั่วร้าย” และมักถูกนำมาใช้เป็นลวดลายในงานหัตถกรรมดั้งเดิมและของตกแต่งในช่วงปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะสัญลักษณ์ที่อวยพรให้เด็กผู้หญิงเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์
👉แนะนำ 30 เกมเด็กญี่ปุ่นดั้งเดิม รวมถึงลูกข่างและฮาเนะสึกิ!
เรียนรู้ความหมายของลวดลายและสนุกกับการเลือกของฝากญี่ปุ่น
เครื่องรางนำโชคของญี่ปุ่นแต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวและความปรารถนาซ่อนอยู่ในลวดลายที่ปรากฏ
ตัวอย่างเช่น หากจะเลือกให้เพื่อนที่ทำธุรกิจ อาจเลือกของที่มีลวดลาย “มังกรทะยานฟ้า” “ภูเขาไฟฟูจิ” หรือ “ค้อนนำโชค” สำหรับเพื่อนที่กำลังจะแต่งงาน ลวดลายอย่าง “นกกระเรียนกับเต่า” หรือ “สน ไผ่ และบ๊วย” ก็เหมาะสมเช่นกัน การเข้าใจความหมายของลวดลายเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกของขวัญที่พิเศษยิ่งขึ้นและสื่อความปรารถนาดีต่อผู้รับได้อย่างลึกซึ้ง อย่าลืมนำไปใช้ในการเลือกซื้อของฝากครั้งหน้านะคะ!
Comments