※AI Translated.
ซีรีส์ใหม่ที่ทุกคนรอคอย! “Gimbap and Onigiri” (คิมบับและโอนิกิริ) นำแสดงโดยหนุ่มฮอต Eiji Akaso (เอย์จิ อากาโซะ) และสาวสวย Kang Hyewon (คัง ฮเย-วอน) อดีตสมาชิกวง IZ*ONE เริ่มพรีเมียร์แล้วทางช่อง TV Tokyo และ Netflix เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา!
นี่คือซีรีส์โปรเจกต์ยักษ์ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลไปทั่วเอเชียผ่าน Netflix ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับที่หลงรักการแสดงของเอย์จิ หรือคิดถึงรอยยิ้มหวานๆ ของฮเย-วอน บอกเลยว่าเรื่องนี้ “ห้ามพลาด” โดยเด็ดขาด!
บทความนี้จะพาคุณไปเกาะติดขอบจอ พร้อมอัปเดตเรื่องย่อ ไฮไลท์ และจุดที่ต้องดูในทุกๆ สัปดาห์จนถึงตอนจบ
👉รับชม "Gimbap and Onigiri" ได้แล้ววันนี้ทาง Netflix!
ภูมิหลังและเรื่องราวของซีรีส์ "Gimbap and Onigiri"
ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักสุดบริสุทธิ์ (Pure Love) ของคนสองคนจากญี่ปุ่นและเกาหลีที่มีสัญชาติต่างกัน เปรียบเสมือน "Onigiri" (โอนิกิริ) และ "Gimbap" (คิมบับ) ที่แม้จะมีรูปลักษณ์และวัตถุดิบใกล้เคียงกัน แต่กลับมีรสชาติที่แตกต่าง
ตัวละครทั้งสองต้องเผชิญกับความสับสนในความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ในขณะเดียวกัน ซีรีส์ก็ถ่ายทอดกระบวนการที่พวกเขาค่อยๆ เปิดใจให้กันอย่างละเอียดอ่อนและงดงาม
น่าจับตามอง! กับทัพนักแสดงและทีมงานคุณภาพจากญี่ปุ่นและเกาหลี
ความน่าสนใจของผลงานชิ้นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ Eiji Akaso (เอย์จิ อากาโซะ) และ Kang Hyewon (คัง ฮเย-วอน) เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมตัวของเหล่านักแสดงมากฝีมือที่แฟนซีรีส์เกาหลีคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่กำลังมาแรงอย่าง Moon Jihu (มุน จี-ฮู) และนักแสดงที่โดดเด่นด้วยการแสดงที่มีเอกลักษณ์อย่าง Seo Hyewon (ซอ ฮเย-วอน)
นอกจากนี้ ในส่วนของบทละครยังได้ Lee Nawon (อี นาวอน) นักเขียนบทชาวเกาหลีชื่อดังจากซีรีส์ทางช่อง TBS เรื่อง "Take Me to the End of Hell" มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สามารถสะท้อนวัฒนธรรมและการนำเสนอที่สมจริงของทั้งสองประเทศออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
สรุปเนื้อเรื่องตอนที่ 1: "คำแรกที่แสนพิเศษ" (The First Bite)
Taiga Hase (ไทกะ ฮาเสะ / Eiji Akaso) อดีตนักวิ่งระดับ "เอซ" ของทีมวิ่งผลัดมหาวิทยาลัยผู้เคยมีอนาคตสดใส แต่หลังจากความฝันสลายลง เขาก็ใช้ชีวิตไปวันๆ ในฐานะพนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ "Tanomi" (ทาโนมิ) จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าของร้านได้มอบโจทย์สุดท้าทายให้เขาคิดค้นเมนูใหม่ขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน Park Rin (พัค ลิน / Kang Hyewon) นักศึกษาชาวเกาหลีที่ย้ายมาญี่ปุ่นเพื่อทำตามความฝันในการเป็นแอนิเมเตอร์ เธอกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทั้งเรื่องเรียนและการหาที่พัก จนกระทั่งในคืนที่เหนื่อยล้าและหิวโหย เธอได้เดินหลงเข้ามาที่ร้าน "Tanomi" (ทาโนมิ) วินาทีที่ไทกะได้เห็นรินกินโอนิกิริที่เขาทำอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมรอยยิ้มที่สดใส ภาพนั้นก็ได้ตราตรึงอยู่ในใจของเขาตั้งแต่วินาทีแรก
เพื่อหาแรงบันดาลใจจากอาหารเกาหลี ไทกะจึงตัดสินใจขอคำแนะนำจากรินในการพบกันครั้งต่อมา เมื่อทั้งคู่ได้แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ รินได้ถามถึงความฝันของเขา ไทกะตอบด้วยความสับสนว่าเขายังไม่มีความฝันชัดเจน แต่รินกลับตอบกลับมาด้วยมุมมองที่แสนบริสุทธิ์ว่า "งั้นคุณก็กำลังอยู่ในช่วงฝึกฝน (Shugyo) สินะ เหมือนกับฉันเลย" คำพูดนี้เองที่ช่วยละลายน้ำแข็งในใจของไทกะ และทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน
แม้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยเมื่อไทกะเห็นรินคุยกับผู้ชายคนอื่น แต่ในหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อได้รับการติดต่อจากริน ทั้งคู่ก็ได้ปรับความเข้าใจและยืนยันว่าต่างฝ่ายต่างยังโสด ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างกะทันหัน ทั้งคู่ได้เข้าไปหลบฝนในตู้รถไฟย้อนยุคที่ประดับประดาด้วยไฟสวยงาม บรรยากาศสุดโรแมนติกและเสียงฟ้าร้องทำให้ระยะห่างของทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น จนไทกะเอ่ยปากอาสาที่จะช่วยรินหาที่พักให้เธอในที่สุด
3 ไฮไลท์ห้ามพลาดในตอนที่ 1
ในตอนแรกนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลี รวมถึงการหยิบยกฉากในตำนานมาเล่าใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ
1. วัฒนธรรมที่แตกต่างในการแลกคอนแทค
ฉากที่รินยื่นสมาร์ทโฟนให้ไทกะโดยตรงทำเอาเขาถึงกับไปไม่เป็น เพราะในญี่ปุ่นหรือไทยเรามักจะคุ้นเคยกับการสแกน QR Code ผ่าน LINE แต่สำหรับคนเกาหลี การยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายพิมพ์เบอร์ลงไปเลยถือเป็นเรื่องปกติ ความละเอียดอ่อนของ "Culture Shock" เล็กๆ แบบนี้แหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คนดูยิ้มตาม
2. "เสื้อนอกกันฝน" ฉากคารวะผลงานรักคลาสสิก
ฉากที่ไทกะกางเสื้อนอกเพื่อบังฝนให้ริน เป็นท่าไม้ตายสุดโรแมนติกที่แฟนซีรีส์เกาหลีต้องกรี๊ด! ซึ่งในเรื่องรินยังแอบแซวว่าเหมือนในหนังเรื่อง The Classic (เดอะ คลาสสิก) ซึ่งเป็นภาพยนตร์รักระดับตำนานของเกาหลี ถือเป็นการคารวะผลงานชั้นครูที่ทำออกมาได้ละมุนสุดๆ
3. แสงไฟวิเศษในรถไฟยามค่ำคืน
ช่วงท้ายของตอนที่แสงไฟในตู้รถไฟสว่างขึ้นท่ามกลางสวนสาธารณะที่เงียบสงบ คือการโชว์งานภาพสไตล์ "Lyric Visual Aesthetics" แบบซีรีส์เกาหลีแท้ๆ แสงสีทองอุ่นๆ ไม่เพียงแต่ทำให้ภาพสวยจนลืมหายใจ แต่ยังช่วยส่งอารมณ์ให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นในคืนที่ฝนเป็นใจ
ทำความรู้จักเหล่านักแสดงจาก "Gimbap and Onigiri"
Taiga Hase (ไทกะ ฮาเสะ) / Eiji Akaso (เอย์จิ อากาโซะ)
อดีตนักวิ่งระดับ "เอซ" ของทีมวิ่งผลัดระยะไกล (Ekiden) มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเขากลายเป็นชายหนุ่มที่สูญเสียความฝัน และใช้ชีวิตไปวันๆ ในร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ "Tanomi" (ทาโนมิ) จนกระทั่งการได้พบกับริน กลายเป็นจุดประกายสำคัญที่ทำให้เข็มนาฬิกาชีวิตที่เคยหยุดนิ่งของเขาเริ่มกลับมาเดินใหม่อีกครั้ง
นักแสดงผู้รับบทนี้คือ Eiji Akaso (เอย์จิ อากาโซะ) พระเอกหนุ่มที่แฟนชาวไทยรักสุดๆ จากซีรีส์สุดฮิตอย่าง "ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ" สำหรับบทบาทในครั้งนี้ เขาลงทุนฟิตซ้อมร่างกายอย่างหนักเพื่อให้สมกับเป็นอดีตนักกรีฑาตัวจริงมากที่สุด
Park Rin (พัค ลิน) / Kang Hyewon (คัง ฮเย-วอน)
นักศึกษาปริญญาโทชาวเกาหลีที่ย้ายมาเรียนแอนิเมชันที่ญี่ปุ่น แม้การใช้ชีวิตในต่างแดนจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เธอก็ได้รับพลังบวกและความอบอุ่นจากการลิ้มรสอาหารที่ไทกะเป็นคนลงมือทำให้
นางเอกสาวสวยรับบทโดย Kang Hyewon (คัง ฮเย-วอน) อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง IZ*ONE ที่ปัจจุบันมุ่งมั่นกับงานแสดงอย่างเต็มตัว เธอสร้างความประทับใจให้ทีมงานด้วยการสื่อสารกับเอย์จิเป็นภาษาญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดในกองถ่าย สะท้อนถึงสปิริตและความเป็นมืออาชีพที่น่าชื่นชม
Kang Junho (คัง จุนโฮ) / Moon Jihu (มุน จี-ฮู)
เพื่อนชายชาวเกาหลีที่คอยซัพพอร์ตลินในญี่ปุ่น ลินมักจะเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่า "Oppa" (โอปป้า) แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดูแน่นแฟ้น แต่เขานี่แหละที่อาจจะกลายเป็นคู่แข่งหัวใจที่น่ากลัวของไทกะ!
นักแสดงหนุ่มผู้รับบทนี้คือ Moon Jihu (มุน จี-ฮู) ขวัญใจวัยรุ่นเอเชียเจ้าของฉายา "เจ้าชายแห่งเว็บดราม่า" ซึ่งในเรื่องนี้เขาจะโชว์เสน่ห์ที่ทั้งดูฉลาดและอบอุ่นจนแฟนๆ ต้องใจละลาย
Shigeo Taguchi (ชิเงโอะ ทากุจิ) / Mitsuru Fukikoshi (มิทสึรุ ฟุกิโคชิ)
เจ้าของร้าน "Tanomi" (ทาโนมิ) ผู้เป็นเหมือนที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงส่วนตัวของไทกะ เขาคอยสนับสนุนให้ไทกะเติบโตขึ้นผ่านการมอบหมายภารกิจเมนูใหม่ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด
บทบาทเจ้าของร้านรับบทโดย Mitsuru Fukikoshi (มิทสึรุ ฟุกิโคชิ) นักแสดงรุ่นใหญ่ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นที่มีผลงานโดดเด่นทั้งละครเวทีและภาพยนตร์ การแสดงที่มีมิติของเขาช่วยเติมเต็มอารมณ์ให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูสมบูรณ์แบบและอบอุ่นยิ่งขึ้น
Lee Yungyeol (อี ยุนกยอล) / Seo Hyewon (ซอ ฮเย-วอน)
เพื่อนสนิทของรินที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ทั้งสองคนพูดคุยและแบ่งปันเรื่องราวชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์แทบทุกวันไม่เคยขาด
บทบาทนี้รับบทโดย Seo Hyewon (ซอ ฮเย-วอน) นักแสดงสาวที่แฟนซีรีส์เกาหลียังคงประทับใจไม่รู้ลืมจากผลงานสุดฮิตอย่าง "Business Proposal" (นัดบอดวุ่น ลุ้นรักท่านประธาน) และ "Alchemy of Souls" (เล่นแร่แปรวิญญาณ) เธอคือสุดยอด "จอมขโมยซีน" ที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ การแสดงที่น่ารักและเป็นธรรมชาติของเธอทำให้ทุกฉากที่เธอปรากฏตัวนั้นสว่างไสวและเต็มไปด้วยสีสัน ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงฝีมือคุณภาพที่ขาดไม่ได้เลยในซีรีส์เกาหลียุคนี้
Comments