ช่วงนี้บอกเลยว่ารายการเรียลลิตี้หาคู่ของญี่ปุ่น (หรือที่เรียกกันว่า KoiRia) กำลังฮิตติดลมบนและกวาดกระแสความสนใจไปแบบถล่มทลาย! เพราะรายการพวกนี้ไม่ได้มีแค่โมเมนต์ความรักชวนใจเต้นแรงเท่านั้น แต่ยังแฝงเรื่องราวมิตรภาพ มุมมองชีวิต ความคิดเรื่องการแต่งงาน จนทำให้คนดูอย่างเราได้แอบกลับมาคิดทบทวนแง่มุมต่างๆ ของชีวิตตัวเองไปด้วยเลย
โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix ที่รวบรวมรายการเรียลลิตี้รักหลากหลายรูปแบบไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Badly in Love ที่หยิบยกเรื่องราวดราม่าหัวใจของแก๊งหนุ่มสาวสุดแซ่บ (Yankees: เด็กเกเร), Boyfriend เรียลลิตี้อบอุ่นหัวใจที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักระหว่างผู้ชายด้วยกัน หรือจะเป็น Love Village ทริปตามหารักของหนุ่มสาววัย 35+ และยังมีอีกหลายเรื่องที่พร้อมใจกันมาเสิร์ฟความฟินผ่านสตรีมมิ่ง!
ในบทความนี้ ทีมงาน FUN! JAPAN ในฐานะแฟนตัวยงของเรียลลิตี้รักญี่ปุ่น ขออาสาป้ายยา 6 ซีรีส์เด็ดที่ต้องดูให้ได้! พร้อมเจาะลึกจุดเด่นและเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเรื่อง เพื่อให้คุณเลือกกดดูเรื่องที่ใช่ แล้วอินไปกับความรักหลากรสชาติกันแบบยาวๆ!
ควรเริ่มดูเรื่องไหนดี? เจาะลึกและเปรียบเทียบ 6 เรียลลิตี้โชว์ความรักญี่ปุ่นที่ต้องดูให้ได้!
| ชื่อเรื่อง | จุดเด่นของรายการ | แนะนำเป็นพิเศษสำหรับ |
| Badly in Love | ・ตีแผ่ความรักสุดจริงจังในหมู่แก๊งเด็กเกเร (Yankees) ・ใช้ฉากหลังเป็นบรรยากาศโรงเรียนสุดคลาสสิก | ・คนที่ชอบเรียลลิตี้รักแนวตื่นเต้นเร้าใจ ・สายดราม่าชีวิตมนุษย์และเรื่องราวเข้มข้น |
| Love Village | ・รวมผู้เข้าร่วมวัยสตรองอายุ 35 ปีขึ้นไป ・ดีต่อใจกับมิตรภาพและชีวิตผู้ใหญ่ในบ้านพักสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม | ・ผู้ชมวัย 35 ปีขึ้นไปที่อินกับเรื่องราวรอบตัว ・คนที่ชอบดราม่าชีวิตที่มีครบรส ทั้งหัวเราะและเสียน้ำตา |
| Boyfriend | ・เรียลลิตี้บอกเล่าความรักและความผูกพันระหว่างผู้ชายด้วยกัน ・เน้นมิตรภาพและการเติบโตที่อบอุ่นหัวใจไปพร้อมกับความรัก | ・คนที่มองหาเรื่องราวความรักฟีลกู๊ด สดชื่น ละมุนใจ ・ใครที่อยากพักสมองและทบทวนมุมมองชีวิตของตัวเอง |
| Love Deadline | ・ภารกิจตามหาคู่ชีวิตผ่านการเดินทางทริปใหญ่ ・กฎเหล็กสุดพีค: ฝ่ายหญิงต้องเป็นฝ่ายรุกขอผู้ชายแต่งงาน! | ・คนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือคิดเรื่องแต่งงาน ・สายลุ้นระทึกกับเดดไลน์และความสัมพันธ์ที่บีบหัวใจ |
| Offline Love | ・ท้าทายความสัมพันธ์แบบตัดขาดโลกดิจิทัลไร้มือถือพึ่งพากันและกัน ・ฟินจิกหมอนกับฉากหลังสุดโรแมนติกริมชายฝั่งเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส | ・คนที่ชอบความรักฟีลพรหมลิขิตและบรรยากาศโรแมนติก ・สายชอบท่องเที่ยวและหลงใหลวิวสวยๆ |
| I Want a Korean Drama-like Love | ・โปรเจกต์เคมีข้ามชาติ: สาวญี่ปุ่นสปาร์คกับหนุ่มเกาหลี ・ฟิวชั่นความเรียลกับการแสดงซีรีส์สุดฟินเข้าด้วยกัน | ・แฟนคลับตัวยงของซีรีส์เกาหลีและวัฒนธรรมเกาหลี ・คนที่โหยหาความรักกุ๊กกิ๊กชวนใจเต้นแรงแบบในซีรีส์ |
6 เรียลลิตี้หาคู่ญี่ปุ่นบน Netflix ที่อยากป้ายยาให้ดู!
Badly in Love | เมื่อแก๊งเด็กเกเร (Yankees) ขอคลั่งรักแบบจริงจัง
ไฮไลท์เด็ดสุดของรายการนี้คือ ผู้เข้าร่วมทุกคนล้วนมีอดีตเป็น “Yankees (แยงกี้)” หรือเด็กเกเรมาก่อน! โดยหนุ่มสาวแก๊งนี้จะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน 14 วันเต็มๆ ในโรงเรียน
แถมยังมีกติกาและ "กฎโรงเรียน" สุดเฟี้ยวที่ไม่เหมือนใคร เช่น การประกาศชื่อคนที่แอบชอบผ่านเสียงตามสาย หรือการเปิดศึก "ดวลตัวต่อตัว" เพื่อแย่งสิทธิ์ไปเดท! บอกเลยว่าการจับเอาวัฒนธรรมเด็กแสบมามิกซ์กับชีวิตในรั้วโรงเรียนคือเสน่ห์ที่ทำให้รายการนี้สนุกจนหยุดดูไม่ได้
แม้จะมีฉากปะทะคารมหรือเดือดใส่กันบ้างตามประสา แต่พอดูไปเรื่อยๆ เราจะได้เห็นมุมน่ารักเด๋อด๋าและความจริงใจที่ซ่อนอยู่ รายการนี้เลยไม่ได้มีแค่ความฟินเรื่องความรัก แต่ยังทัชใจสุดๆ เวลาเห็นพวกเขาพยายามก้าวข้ามอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป
💡แนะนำโดยบรรณาธิการ|จับตามองความซึน! ภายนอกดูแข็งกร้าวแต่เวลาเขินก็น่ารักไม่เบา
ความพีคคือรายการนี้กล้าเปิดเผยด้านมืดที่เรียลลิตี้รักทั่วไปไม่ค่อยทำกัน อย่างเช่น ประวัติการทำผิดกฎหมายหรือวีรกรรมสุดแสบในอดีต
ซึ่งพอมารวมกับหน้าตา นิสัย และปูมหลังทั้งหมด จะทำให้เราอินและเข้าใจตัวตนของพวกเขาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พิกัดถ่ายทำ | ซีซั่น 1: โอคุทามะ (โตเกียว) / ซีซั่น 2: โอกินาว่า
แม้จะไม่ได้ประกาศสถานที่ถ่ายทำอย่างเป็นทางการ แต่แฟนๆ ก็ตาดีแอบเห็นว่าซีซั่น 1 ไปถ่ายทำกันที่โรงเรียนร้าง "OKUTAMA+" ในโอคุทามะ โตเกียว ส่วนซีซั่น 2 บินลัดฟ้าไปถึงโอกินาว่า ซึ่งนอกจากความรักแล้ว วิวทะเล ชายหาด และท้องฟ้าสีครามก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ช่วยฮีลใจสุดๆ!
🏨 ค้นหาโรงแรมใน Okinawa ได้ที่ “JAPANiCAN”
👉 อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Badly in Love
Love Village | เมื่อผู้ใหญ่วัย 35+ ขอเปิดหัวใจตามหารักครั้งใหม่และบทต่อไปของชีวิต
เงื่อนไขสุดพีคของ Love Village คือผู้เข้าร่วมต้องเป็นหนุ่มสาววัย 35 ปีขึ้นไปเท่านั้น! รายการนี้เลยไม่ได้เน้นความรักหวือหวาใจร้อนแบบวัยรุ่น แต่จะพาเราไปอินกับชีวิตของผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว บางคนเคยหย่าร้าง หรือแม้แต่สูญเสียคู่ชีวิต ให้พวกเขาได้มาตามหาคนรู้ใจคนใหม่ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ
ทีเด็ดคือเขาไม่ได้มาแค่เดทแต่งตัวสวยหล่อกันเฉยๆ นะ แต่ทุกคนต้องลงแรงช่วยกันรีโนเวทบ้าน ทำอาหาร และทำความสะอาดกันเอง ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่ทำให้ธาตุแท้และนิสัยใจคอของแต่ละคนเผยออกมา! แถมบทสนทนาก็เรียลสุดๆ เพราะคุยกันตรงๆ ทั้งเรื่องชีวิตคู่ในอดีต ปัญหาครอบครัว เรื่องสุขภาพ ไปจนถึงการวางแผนอนาคต บอกเลยว่าดูแล้วได้มุมมองชีวิตที่ต่างไปจากเรียลลิตี้วัยรุ่นแบบคนละฟีลเลย
💡 คำแนะนำจากบรรณาธิการ|ความรักฉบับผู้ใหญ่ ที่ลึกซึ้งกว่าแค่ความตื่นเต้น
ความเจ๋งคือรายการนี้แทบจะไม่ได้ตัดสินกันที่หน้าตาเลยครับ แต่เน้นทำความเข้าใจภูมิหลังและประวัติการแต่งงานของแต่ละคนแทน พอได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทุกคนจะค่อยๆ เปิดใจยอมรับอดีตและเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน
ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือตอนที่มีคนเดินไปลั่น "ระฆังแห่งรัก" เพื่อสารภาพความในใจ เป็นฉากที่ทั้งลุ้นและซาบซึ้งจนแอบน้ำตาซึม!
พิกัดถ่ายทำ | บ้านพักใจกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
Love Village ซีซั่น 1 รายการไปปักหลักถ่ายทำกันที่บ้านโบราณในเมืองมินามิโบโซ จังหวัดชิบะ ส่วนซีซั่น 2 ย้ายไปลุยกันที่เมืองนาโงะ จังหวัดโอกินาว่า ซึ่งความเก๋ของซีซั่น 2 คือบ้านหลังนี้ได้เปิดเป็นร้านโอกินาว่าโซบะจริงๆ ในชื่อ "Suba Suba Yagaji" ด้วยนะ!
🏨 ค้นหาโรงแรมใน Okinawa บน “JAPANiCAN”
The Boyfriend | ฟินใจฟูไปกับความรักและมิตรภาพระหว่างผู้ชาย
เรียลลิตี้ที่นำเสนอความสัมพันธ์สุดโรแมนติกของผู้ชายด้วยกัน! หนุ่มๆ หลากหลายช่วงวัยและอาชีพจะมาใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน พร้อมทำภารกิจดูแลรถขายกาแฟ (Coffee Truck)
การได้ทำงานและแบ่งหน้าที่กันนี่แหละที่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนิทกันไวขึ้น! แน่นอนว่าเรื่องความรักที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ แต่มิตรภาพลูกผู้ชายที่แน่นแฟ้นก็ทัชใจไม่แพ้กัน แถมยังมีซีนลึกซึ้งอย่างการเปิดเผยตัวตน (Coming out) หรือการพูดคุยเรื่องสมรสเท่าเทียม ที่บอกเลยว่าดูแล้วอาจมีเสียน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง
มวลรวมของรายการนี้คือความอบอุ่น ละมุนละไม ดูแล้วฮีลใจจนคุณจะต้องอยากเอาใจช่วยทุกโมเมนต์ที่ความรักของพวกเขาเริ่มผลิบานเลยล่ะ!
💡 คำแนะนำจากบรรณาธิการ| สัมผัสความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปผ่านบทสนทนาและความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ
ความน่าสนใจคือทุกคนในบ้านเป็นผู้ชายที่รักผู้ชายด้วยกัน ดังนั้น "ทุกคน" จึงมีสิทธิ์สปาร์คและกลายเป็นคู่รักกันได้หมด! ซึ่งเป็นไดนามิกที่หาดูได้ยากในรายการหาคู่ทั่วไป
แถมอีกหนึ่งกิมมิคคือการจับคู่ผลัดกันไปขายกาแฟทุกวัน ทำให้เราได้เห็นเคมีใหม่ๆ ตลอด รายการนี้เลยตอบโจทย์มาก ทั้งสายที่อยากลุ้นให้เกิดคู่รัก และสายที่อยากเห็นการเติบโตและการทำความเข้าใจกันของมนุษย์
พิกัดถ่ายทำ | จากบ้านพักริมทะเล สู่ลมหนาวในฮอกไกโด
The Boyfriend ซีซั่น 1 รายการไปปักหลักถ่ายทำกันที่เมืองทาเตยามะ จังหวัดชิบะ ส่วนซีซั่น 2 บินขึ้นเหนือไปสัมผัสความหนาวกันที่ทะเลสาบอะคัง จังหวัดฮอกไกโด! โดยใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 1-2 เดือน เราเลยจะได้เห็นบรรยากาศและวิวสวยๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลแบบเต็มอิ่ม
🏨 ค้นหาโรงแรมใน Chiba บน “JAPANiCAN”
🏨 ค้นหาโรงแรมใน Hokkaido บน “JAPANiCAN”
Love Deadline | ภารกิจตามหาคู่ชีวิต ที่มีกฎเหล็กว่า "ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายขอแต่งงาน"!
ใน Love Deadline เป็นการรวมตัวของหนุ่มสาวที่พร้อมสละโสด แต่มีกิมมิคสุดพีคคือ "ผู้หญิงเท่านั้นที่มีสิทธิ์ขอแต่งงาน" แถมหนุ่มๆ แต่ละคนยังมี "เวลาจำกัด" ในการร่วมทริปแบบไม่บอกล่วงหน้า! ทำให้ทุกการตัดสินใจพลิกชะตาชีวิตได้แบบเสี้ยววินาที
นี่คือ "ทริปตามหาคู่แต่งงาน" ที่แท้ทรู ทุกคนจะได้เดินทางไปสถานที่สวยๆ อย่างโอกินาว่าและเกียวโต พร้อมกับตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า "คนนี้แหละคือคู่ชีวิตที่เรามองเห็นอนาคตร่วมกันหรือเปล่า?" ถือเป็นเรียลลิตี้สำหรับผู้ใหญ่ที่จริงจังเรื่องแต่งงานขั้นสุด!
💡 คำแนะนำจากบรรณาธิการ|อะไรคือจุดตัดสินใจในเวลาที่บีบหัวใจ?
ความลุ้นระทึกคือไม่มีใครรู้เลยว่าหนุ่มๆ จะหมดเวลาและต้องออกจากทริปไปเมื่อไหร่! สาวๆ เลยต้องรีบทำคะแนนและทำความรู้จักคนที่ปิ๊งให้ไวที่สุด เพราะบางทีเวลาสวีทอาจจบลงแบบตั้งตัวไม่ทัน!
ด้วยความกดดันที่ต้องหาคู่ชีวิตในเวลาจำกัด บอกเลยว่ารายการนี้มีซีนให้ลุ้นจิกหมอนและใจหายใจคว่ำเพียบ!
พิกัดถ่ายทำ | จัดเต็มทริปทัวร์โอกินาว่า เกียวโต และอีกมากมาย
Love Deadline บรรยากาศในรายการจะเปลี่ยนฟีลไปตามจุดหมายเลยครับ ตั้งแต่ใส่ชุดว่ายน้ำลุยทะเลที่เกาะอิชิงากิ ไปจนถึงเดินเดทใส่กิโมโนสวยๆ ที่เกียวโต ใครที่ชอบดูวิวและอยากเที่ยวตามรอยสถานที่ดังๆ ในญี่ปุ่น บอกเลยว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์มาก!
🏨 ค้นหาโรงแรมในโอกินาว่าบน JAPANiCAN
🏨 ค้นหาโรงแรมในเกียวโตบน JAPANiCAN
Offline Love | ตามหารัก 10 วันฉบับออฟไลน์ ไร้สมาร์ทโฟน!
“Offline Love” พาเราบินลัดฟ้าไปถึงเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อตามติดชีวิตหนุ่มสาว 10 คนที่ต้องมาสานสัมพันธ์รักกันแบบโนสนโนแคร์โลกดิจิทัล!
ความพีคคือพวกเขาเริ่มต้นทริปโดยที่ไม่รู้ทั้งหน้าและชื่อของอีกฝ่าย ต้องอาศัยการเดินสวนกันด้วยความบังเอิญในเมือง และใช้วิธีสุดคลาสสิกอย่างการเขียนจดหมายหากัน ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในหนังรักโรแมนติกเลยล่ะ! การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแถมยังทักแชทหาคนที่อยากเจอไม่ได้ทันทีแบบนี้แหละ ที่บิ๊วอารมณ์ให้เรื่องราวทั้งลุ้นและใจเต้นแรงสุดๆ
💡 คำแนะนำจากบรรณาธิการ|ลุ้นไปกับความรักที่แชทหาไม่ได้ โทรหาก็ไม่ติด!
นอกจากความสวยงามและมนต์เสน่ห์ของเมืองนีซที่ทำเอาตาค้างแล้ว ความโรแมนติกขั้นสุดคือการที่พวกเขาต้องกางแผนที่กระดาษตามหากันและกัน มันให้ความรู้สึกเหมือน "พรหมลิขิต" ทำงานจริงๆ
บอกเลยว่าดูจบแล้วต้องเผลอร้องออกมาว่า “ชาตินี้ต้องไปเมืองนีซให้ได้สักครั้ง!”
พิกัดถ่ายทำ | นีซ, ฝรั่งเศส (Nice, France)
ถึงผู้เข้าร่วมรายการจะเป็นชาวญี่ปุ่นล้วน แต่เซ็ตติ้งของเรื่องอยู่ที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศสครับ! ระหว่างดูความรักของพวกเขา ก็อย่าลืมดื่มด่ำกับโลเคชั่นสวยๆ ที่ช่วยขับเน้นความโรแมนติกแบบ 100% ไม่ว่าจะเป็นวิวริมชายหาดสุดชิล ย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิก หรือโบสถ์สวยๆ บอกเลยว่าฟินเวอร์!
“Love Like a K-Drama” | ความรักในชีวิตจริง จะสปาร์คจากการแสดงได้หรือไม่?
ในรายการนี้ นักแสดงสาวชาวญี่ปุ่นและนักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีจะต้องมาจับคู่กันเพื่อชิงบทนำในซีรีส์รักโรแมนติก ภายใต้โจทย์ที่ชวนใจเต้นว่า “ฉากจูบในการแสดง จะทำให้เกิดความรักขึ้นมาจริงๆ ได้ไหม?” พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกันผ่านการซ้อมบทและการออดิชั่น
จุดที่ทำเอาคนดูฟินจิกหมอนคือเส้นแบ่งระหว่าง "การแสดงตามบทบาท" กับ "ความรู้สึกจริงๆ" ที่ค่อยๆ เลือนลางลงจนแทบแยกไม่ออก!
เราจะได้เห็นทั้งมวลความรักที่ก่อตัวขึ้น ความมุ่งมั่นในการตามล่าฝันของอาชีพนักแสดง และความผูกพันที่ก้าวข้ามกำแพงภาษาและวัฒนธรรม บอกเลยว่าครบรสมาก!
💡 คำแนะนำจากบรรณาธิการ|โฟกัสเส้นบางๆ ระหว่างการแสดงกับความรู้สึกจริง!
ความท้าทายคือสาวๆ ต้องท่องบทเป็นภาษาเกาหลีและออดิชั่นร่วมกับนักแสดงหนุ่มเกาหลี คู่ที่ชนะจะได้ถ่ายทำซีรีส์สั้นที่มีฉากจูบด้วย!
แม้จุดเริ่มต้นจะเป็นแค่เรื่องงาน แต่มวลความรู้สึกที่เหมือนจะอินเกินบทก็ทำเอาเราลุ้นตามตัวโก่ง นี่แหละคือเสน่ห์ขั้นสุดของเรื่องนี้
พิกัดถ่ายทำ | กรุงโซล, เกาหลีใต้ (Seoul, South Korea)
แฟนคลับเกาหลีต้องเลิฟ! เพราะถ่ายทำที่กรุงโซลทั้งเรื่อง เราจะได้เห็นบรรยากาศตลาดสุดคึกคัก ร้านอาหารโลคอล และสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดังๆ เพียบ
แถมยังมีสอดแทรกทั้งภาษาญี่ปุ่นและเกาหลี ใครชอบเรียนภาษาก็บวกคะแนนความน่าดูไปได้อีก!
เลือกรายการที่ใช่ แล้วไปฟินกับเรียลลิตี้รักญี่ปุ่นกันเลย!
เรียลลิตี้รักแต่ละเรื่องก็มีสไตล์และรสชาติความฟินที่ต่างกันออกไป ใครที่อินกับชีวิตคู่และการมองหาคู่แต่งงานแบบจริงจัง แนะนำให้จัด “Love Village”
ส่วนสายชอบวิวสวยๆ ฟีลท่องเที่ยวตามรอย ต้องโดน “Offline Love” หรือ “Love Deadline” เลยครับ ลองเลือกกดดูรายการที่ตรงกับความสนใจของคุณได้เลย!
ถ้าโดนเรื่องไหนตกเข้าแล้ว อย่าลืมไปตามอ่านอัปเดตเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ทางการของแต่ละรายการกันด้วยนะ!
Comments