【2026 ล่าสุด】คู่มือการชาร์จสมาร์ทโฟนในญี่ปุ่น | อธิบายครบถ้วนเกี่ยวกับค่าบริการ CHARGESPOT วิธีใช้งาน และจุดให้บริการ! รุ่นใหม่ไม่ต้องใช้แอปฯ และวิธีซื้อแบตเตอรี่ที่ Don Quijote

  • 22 มีนาคม 2026
  • Ayami Imanishi
  • Itsuka Okamoto

บริการแบ่งปันแบตเตอรี่พกพา CHARGESPOT รุ่นใหม่

เมื่อแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของคุณใกล้หมดขณะเดินทางหรืออยู่นอกบ้าน มักจะทำให้รู้สึกกังวลอยู่เสมอ ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณสามารถใช้บริการเช่าแบตเตอรี่พกพาที่เรียกว่า "CHARGESPOT" ได้ ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์การค้า สถานีรถไฟ สนามบิน และสถานที่อื่น ๆ จะมีจุดให้บริการ CHARGESPOT ติดตั้งอยู่ คุณสามารถเช่าแบตเตอรี่พกพาได้โดยดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะหรือแอปชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟน

บทความนี้จะอธิบายวิธีการใช้ CHARGESPOT ค่าบริการ สถานที่ที่สามารถเช่าและคืนแบตเตอรี่ และข้อมูลอื่น ๆ นอกจากนี้ยังจะแนะนำวิธีอื่น ๆ ในการหาแบตเตอรี่พกพาสำหรับสมาร์ทโฟนในญี่ปุ่นอีกด้วย

*หากคุณซื้อหรือจองสินค้าที่แนะนำในบทความนี้ ส่วนหนึ่งของยอดขายอาจถูกส่งคืนให้กับ FUN! JAPAN

ค่าบริการและวิธีการชำระเงินของ CHARGESPOT

สำหรับ CHARGESPOT คุณสามารถเลือกแผนชำระตามการใช้งานจริง ซึ่งค่าบริการขึ้นอยู่กับระยะเวลาเช่า หรือแผนสมัครสมาชิกที่เรียกว่า "CHARGESPOT Pass" ซึ่งคิดค่าบริการตามจำนวนครั้งที่เช่า ทั้งสองแผนรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือสมาร์ทโฟน และในปัจจุบัน คุณสามารถเช่าได้โดยไม่ต้องใช้แอปพลิเคชันเฉพาะ

ค่าบริการ CHARGESPOT|เพียง ¥165 สำหรับการใช้งานไม่เกิน 30 นาที

หากคุณต้องการใช้งานเป็นครั้งคราว เช่น ระหว่างเดินทาง แนะนำให้เลือกแผนชำระตามระยะเวลาเช่า โดยมีค่าบริการดังนี้:

  • ไม่เกิน 30 นาที: 165 เยน
  • 30 นาที ถึงไม่เกิน 1 ชั่วโมง: 330 เยน
  • 1 ชั่วโมง ถึงไม่เกิน 3 ชั่วโมง: 430 เยน
  • 3 ชั่วโมง ถึงไม่เกิน 6 ชั่วโมง: 500 เยน
  • 6 ชั่วโมง ถึงไม่เกิน 12 ชั่วโมง: 570 เยน
  • 12 ชั่วโมง ถึงไม่เกิน 24 ชั่วโมง: 640 เยน
  • หลังจากนั้น: +360 เยน ต่อ 24 ชั่วโมง
  • ค่าปรับสูงสุด: 4,080 เยน (*รวมค่าปรับ 2,000 เยน)

*บางจุดให้บริการแบตเตอรี่ไม่รวมอยู่ในนี้

*หากแบตเตอรี่พกพาสูญหายหรือเสียหาย จะมีค่าชดเชย 4,080 เยน

หนึ่งในจุดเด่นหลักคือค่าบริการเช่าที่คุ้มค่า เช่น 165 เยน สำหรับการใช้งานไม่เกิน 30 นาที และ 330 เยน สำหรับ 30 นาที ถึงไม่เกิน 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการใช้งานระยะสั้น เช่น ขณะพักที่คาเฟ่

นอกจากนี้ หากคุณต้องการเช่าเป็นเวลาครึ่งวัน เช่น เช่าในตอนเช้าและคืนระหว่างทางกลับบ้าน คุณจะจ่ายเพียง 640 เยน สำหรับ 12 ถึงไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะคิด 360 เยน ต่อ 24 ชั่วโมง และสามารถเช่าได้สูงสุด 120 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หากคุณเก็บไว้ข้ามคืน แบตเตอรี่อาจหมดในวันถัดไป จากประสบการณ์ของผู้เขียน เมื่อเช่าแบตเตอรี่พกพา CHARGESPOT ในตอนเช้าขณะที่สมาร์ทโฟนใกล้หมดแบต และใช้งานระหว่างวัน แบตเตอรี่พกพาก็หมดก่อนถึงบ้าน

ตัวอย่างค่าบริการ

หากคุณวางแผนจะเช่าเกิน 1 ชั่วโมง การสมัครแผนเหมาจ่าย "CHARGESPOT Pass" จะคุ้มค่ากว่า โดยเริ่มต้นที่ 390 เยนต่อเดือน และจะเพิ่ม 390 เยนต่อการใช้งานแต่ละครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 6 เป็นต้นไป ค่าบริการจะไม่เพิ่มขึ้น และค่าบริการสูงสุดต่อเดือนคือ 2,340 เยน ดังนั้นหากคุณรู้ว่าจะเช่าหลายครั้งต่อเดือน แนะนำให้สมัครแผนเหมาจ่ายตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม การสมัครต้องใช้แอป "CHARGESPOT" และรองรับเฉพาะการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น

โปรดทราบว่า สำหรับทุกแผน หากแบตเตอรี่พกพาสูญหายหรือเสียหาย จะมีค่าชดเชย 4,080 เยน

วิธีการชำระเงินของ CHARGESPOT|รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแบบ Contactless

บริการแบ่งปันแบตเตอรี่พกพา ChargeSPOT การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแบบ Contactless รุ่นใหม่

วิธีการชำระเงินที่สามารถใช้กับ CHARGESPOT ได้แก่ บัตรเครดิต, d-Barai, SoftBank Carrier Billing, au Kantan Kessai, AEON Pay, Alipay, Apple Pay, PayPay, Merpay, WeChat Pay, Paidy (ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง) และ Rakuten Pay (สำหรับการชำระเงินตั้งแต่ ¥100 ขึ้นไป)

เมื่อใช้บัตรเดบิต, บัตรเติมเงิน, Apple Pay, AEON Pay, แอป d-Barai, WeChat Pay, Merpay หรือ UnionPay จะมีการกันวงเงินชั่วคราวไว้ หลังจากการเช่าเสร็จสิ้น จะมีการเรียกเก็บเฉพาะยอดที่ใช้จริงจากวงเงินที่กันไว้ และส่วนที่เหลือจะถูกคืนกลับ

การลงทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระเงินต้องทำผ่านแอป “CHARGESPOT” ก่อนทำการเช่า สำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การตั้งค่าเหล่านี้อาจยุ่งยาก และอาจเกิดกรณีที่สมาร์ทโฟนแบตหมดจนไม่สามารถเปิดแอปได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ รุ่นใหม่ที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแบบ Contactless และชิปถือว่าสะดวกมาก แม้จะไม่ได้ติดตั้งแอป ก็สามารถเช่าแบตเตอรี่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่แตะหรือเสียบบัตรเครดิตที่เครื่องเช่า

ภาพตัวอย่างเครื่องเช่า CHARGESPOT

ณ วันที่ 10 มีนาคม 2026 เครื่องเช่าเหล่านี้ได้ติดตั้งแล้วประมาณ 130 แห่งทั่วประเทศ บัตรที่รองรับ ได้แก่ Visa, Mastercard, JCB, American Express และ Diners Club โดยมีแผนจะขยายไปยังพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยว

วิธีใช้ CHARGESPOT|วิธีคืน & สถานที่เช่า

หากไม่ได้ใช้รุ่นใหม่ของ ChargeSPOT จะต้องใช้แอปเฉพาะของ CHARGESPOT หรือแอปชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนในการใช้บริการ

โปรดติดตั้งแอปที่ต้องการใช้ชำระเงินล่วงหน้าบนสมาร์ทโฟน เช่น แอป CHARGESPOT, แอป PayPay, แอป d-Barai, แอป au PAY, แอป LINE, แอป WeChat, App Clip, แอป UnionPay หรือแอป Alipay

วิธีเช่าด้วย CHARGESPOT|เพียงสแกน QR Code ด้วยแอป!

ในการเช่าด้วยแอปเฉพาะ ให้สแกน QR code ที่แท่นวางแบตเตอรี่ด้วยแอปกล้องของสมาร์ทโฟนหรือเครื่องอ่าน QR code ในแอป CHARGESPOT จากนั้นเลือกวิธีการชำระเงินแล้วหยิบแบตเตอรี่พกพาออกจากแท่นเพื่อเริ่มต้นการเช่าได้เลย

ขั้นตอนการเช่าแบตเตอรี่ CHARGESPOT

หากใช้รุ่นที่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต เพียงกด "RENT" บนหน้าจอเครื่องเช่าแล้วแตะบัตรเครดิตเพื่อเช่า โปรดทราบว่าหากสมาร์ทโฟนแบตหมด จะไม่สามารถเช่าจากเครื่องที่ไม่รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้

วิธีคืน CHARGESPOT|คืนได้ทุกที่

ในการคืน เพียงเสียบแบตเตอรี่พกพาเข้าไปในช่องว่างที่แท่นวางแบตเตอรี่ใกล้ตัว สามารถค้นหาจุดที่มีช่องว่างได้ผ่านแอป เมื่อเสียบแบตเตอรี่เข้าไปในช่องแล้ว การคืนก็เสร็จสมบูรณ์ สามารถคืนที่แท่นอื่นที่ต่างจากจุดที่เช่าได้ เช่น เช่าระหว่างเดินทางและคืนใกล้ที่พักของคุณ

จุดให้บริการ CHARGESPOT|ประมาณ 59,000 สถานีทั่วประเทศ

แผนที่จุดให้บริการ CHARGESPOT

CHARGESPOT เป็นบริการที่มีสถานีประมาณ 59,000 แห่งทั่ว 47 จังหวัดของญี่ปุ่น และยังขยายไปยังต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน จีน ไทย สิงคโปร์ มาเก๊า ออสเตรเลีย และอิตาลี

สามารถเช่าได้ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์การค้า สถานีรถไฟ และสนามบิน นอกจากนี้ยังมีให้บริการภายใน Tokyo Disney Resort และ Universal Studios Japan รวมถึงสวนสนุกอย่าง PokéPark Kanto ที่เปิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 ทำให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ขณะเดินเล่นในสวนสนุกได้ นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อเกือบทุกแห่งในแหล่งท่องเที่ยวก็มีให้บริการเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าคุณไม่สามารถเช่าแบตเตอรี่สำรองได้หากไม่มีเครื่องว่างให้เช่า คุณสามารถตรวจสอบจุดติดตั้งที่ใกล้ที่สุดได้จากเว็บไซต์ทางการของ CHARGESPOT หรือแอป CHARGESPOT โดยเฉพาะ ดังนั้นควรตรวจสอบล่วงหน้าก่อนออกจากที่พัก

👀มี CHARGESPOT ใกล้ ๆ ไหม? ตรวจสอบได้ที่นี่

ร้านแนะนำสำหรับซื้อแบตเตอรี่สำรอง

แบตเตอรี่สำรองวางเรียงจำหน่ายในร้านค้า

หากคุณเช่าแบตเตอรี่สำรองหลายครั้งระหว่างทริป ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้น หากคุณรู้สึกว่าเช่าแล้วไม่คุ้ม แนะนำให้ซื้อไว้ใช้เองระหว่างเดินทางก็ได้เช่นกัน

ร้านหลัก ๆ ที่มีจำหน่ายแบตเตอรี่สำรอง ได้แก่:

Don Quijote

Don Quijote เป็นร้านที่เหมาะสำหรับการช้อปปิ้งด้วยราคาที่ถูกและสินค้าที่หลากหลาย หลายสาขาเปิดตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงสามารถซื้อได้ทุกเวลา ซึ่งร้านอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่มีบริการนี้ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อของฝาก เช่น ขนมและของจิปาถะได้ในที่เดียว ซึ่งเป็นจุดเด่นเฉพาะของ Don Quijote

โดยเฉพาะ Don Quijote สาขา Shinjuku Southeast Exit Annex ในโตเกียว สาขา Shijo-dori ในเกียวโต และสาขา Kokusai-dori Kumoji ในโอกินาว่า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นพิเศษ เพราะเป็นร้านที่เน้นลูกค้าต่างชาติและมีขั้นตอนยกเว้นภาษีที่สะดวกรวดเร็ว

👉รับคูปองยกเว้นภาษีสุดคุ้มสำหรับ Don Quijote!

ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า

ที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น Bic Camera, Yodobashi Camera และ Yamada Denki คุณสามารถซื้อสินค้าของแท้จากผู้ผลิตชั้นนำได้ นอกจากนี้ยังสามารถขอคำแนะนำจากพนักงานที่มีความรู้ได้อีกด้วย

👉รับคูปองยกเว้นภาษีสุดคุ้มสำหรับ Bic Camera!

ร้าน 100 เยน

คุณสามารถซื้อแบตเตอรี่สำรองได้ที่ร้าน 100 เยน เช่น DAISO, Seria และ Can Do แม้จะเป็นร้าน 100 เยน แต่แบตเตอรี่สำรองจะมีราคาประมาณ 1,000 เยน และยังมีสายชาร์จสมาร์ทโฟนและหูฟังจำหน่ายด้วย

ข้อควรระวังเมื่อซื้อแบตเตอรี่สำรอง|ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องบิน!

แบตเตอรี่สำรองและโมเดลเครื่องบิน สื่อถึงข้อจำกัดในการเดินทางทางอากาศ

หากคุณซื้อแบตเตอรี่สำรอง โปรดระมัดระวังวิธีการพกพาเมื่อขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ คุณต้องนำขึ้นเครื่องเป็นสัมภาระติดตัวเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง ไม่มีการจำกัดจำนวนหากแต่ละก้อนมีความจุต่ำกว่า 100Wh (ประมาณ 27,000mAh) แต่หากอยู่ระหว่าง 100 ถึง 160Wh (ประมาณ 43,000mAh) จะนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน แบตเตอรี่ที่มีความจุเกิน 160Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด

คุณต้องเก็บแบตเตอรี่ไว้ใกล้ตัว เช่น ในกระเป๋าหลังเบาะที่นั่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบสภาพได้ตลอดเวลา ไม่ควรเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ หากไม่มีการระบุความจุที่ชัดเจนบนตัวสินค้า อาจถูกยึดได้ ดังนั้นโปรดตรวจสอบล่วงหน้า

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 จะห้ามใช้และชาร์จแบตเตอรี่สำรองบนเครื่องบิน และอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน โดยแต่ละก้อนต้องมีความจุไม่เกิน 100Wh เท่านั้น

เช็คจุดสำคัญเหล่านี้เพื่อไม่ให้แบตหมดระหว่างเดินทาง!

ชาร์จสมาร์ทโฟนระหว่างเดินทาง

เพื่อป้องกันไม่ให้สมาร์ทโฟนของคุณแบตหมดระหว่างเดินทางในญี่ปุ่น แนะนำให้ติดตั้งแอป “CHARGESPOT” ล่วงหน้า และควรพกบัตรเครดิตที่รองรับการชำระเงินกับ CHARGESPOT ด้วย เพื่อความอุ่นใจยิ่งขึ้น ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่ามีร้านสะดวกซื้อ หรือจุดให้เช่าแบตเตอรี่สำรองใกล้ๆ หรือไม่ หากคุณคิดจะซื้อแทนการเช่า ให้ค้นหาร้านอย่าง Don Quijote ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือร้าน 100 เยนไว้ด้วย

บอกลาความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ แล้วสนุกกับการเดินทางของคุณได้อย่างสบายใจ!


หัวข้อเรื่อง

Survey[แบบสอบถาม] กรุณาบอกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น







Recommend