เรื่องราวลี้ลับและสยองขวัญ ตอนที่ 45: เรียวเมนสุคุนะ

  • 2 สิงหาคม 2022
  • 11 มิถุนายน 2021
  • Mon
  • Mon

เรื่องราวลี้ลับและสยองขวัญ ตอนที่ 45: เรียวเมนสุคุนะ

เรียวเมนสุคุนะ หรือแปลตรงตัวว่า “สุคุนะสองหน้า” เริ่มได้รับความนิยมบ้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากมังงะ/อนิเมะเรื่อง "มหาเวทย์ผนึกมาร" (Jujutsu Kaisen) แฟนอนิเมะบางคนก็อยากทราบและสืบค้นดูในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพื่อมาดูกันว่า ตัวละครนี้ได้ต้นแบบจากอะไร วันนี้เราจะเจาะลึกถึงตัวตนหลาย ๆ รายในตำนานที่ใช้นามอว่า "สุคุนะ" รวมไปถึงเรื่องราวลึกลับที่เกี่ยวข้องกับวัตถุที่คล้ายคลึงกันครับ...

สุคุนะรายแรกในบันทึกโบราณ: สุคุนะฮิโคนะ / สุคุนะบิโคนะ (Sukunahikona/Sukunabikona)

เขียนว่า 少名毘古那神 (Sukunabikona-no-kami) ในจารึกโบราณโคจิกิ และเขียนว่า 少彦名命 (Sukunahikona-no-mikoto) ในพงศาวดารญี่ปุ่น นิฮอนโชกิ กล่าวกันว่าเป็นเทพรูปร่างเล็ก และเป็นบุตรของ คามิมุสุฮิโนะคามิ (Kamimusuhi-no-kami ตามที่ระบุในจารึกโบราณโคจิกิ) หรือบุตรของ ทาคามิมุสุบิโนะมิโคโตะ (Takamimusubi-no-mikoto ตามที่ระบุในพงศาวดารญี่ปุ่น นิฮอนโชกิ) สุคุนะบิโคนะเป็นที่รู้จักในฐานะเทพแห่งเวชศาสตร์ เทพแห่งเหล้าสาเก เทพแห่งน้ำพุร้อน เทพแห่งการกำเนิดแผ่นดิน เทพแห่งการกสิกรรม และ เทพแห่งไสยเวทย์

กล่าวกันว่า เทพองค์นี้ได้นั่งเรือขนาดเล็กที่เรียกกันว่า อามาโนคากามิฟุเนะ (天乃羅摩船 Amanokagamifune ) มาจากโพ้นทะเลเข้ามายังดินแดนญีปุ่น อนึ่ง เนื่องจากคำว่า 羅摩 ยังสามารถอ่านว่า รามา ได้ด้วย จึงทำให้มีคนเสนอทฤษฎีกันว่า เป็นเทพจากทางฮินดูของอินเดีย จนถึงขั้นตั้งฉายาให้ว่าเป็นเทพผู้อพยพย้ายถิ่นกันเลยทีเดียว เทพสุคุนะบิโคนะเป็นสหายคนสนิทของเทพผู้ครองแผ่นดิน โอคุนินุชิ (大国主命 Ookuninushi-no-mikoto) เนื่องจากตอนที่นั่งเรือมาถึงแหลมมิโฮะ ได้ถูกโอคุนินุชิพบเข้า (สมัยที่โอคุนินุชิยังไม่ได้เป็นเทพหรือรวมแผ่นดิน) ทั้งคู่ได้เดินทางร่วมกันเพื่อสานต่อภารกิจการกำเนิดแผ่นดินด้วยการรวมแผ่นดิน จนกลายเป็นสหายร่วมเดินทางไปครับ

มีครั้งหนึ่งที่สุคุนะบิโคนะเกิดล้มป่วย โอคุนินุชิจึงนำตัวเขาไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนแห่งโดโกะ แล้วจู่ ๆ สุคุนะบิโคนะก็หายป่วยทันที ศิลาที่สุคุนะบิโคนะขึ้นไปกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีปรีดาที่หายป่วยก็ถูกเรียกกันว่า ทามะโนะอิชิ (玉の石 / Tamanoishi) ซึ่งก็ยังมีรอยเท้าขนาดเล็กอยู่ และสามารถไปชมได้ที่โดโกะออนเซ็นในจังหวัดเอฮิเมะครับ

นอกจากนี้ยังได้รับการนับถือว่าเป้นผู้ที่สอนให้ผู้คนรู้จักการทำสุราเมรัย (สาเก) จึงถูกยกให้เป็นเทพแห่งการกสิกรรมและเหล้าสาเก ทั้งยังกล่าวกันอีกว่าเป็นผู้ประดิษฐ์ไสยเวทย์เพื่อใช้ในการรักษาและปัดเป่าความเจ็บป่วยด้วย

ในตอนท้ายของการเดินทาง กล่าวกันว่า สุคุนะบิโคนะได้หายจากโลกนี้ไปโดยการกระโดดลงกองเมล็ดข้าวแล้วเด้งสปริงไปสู่ดินแดนแห่งนิรัดรภพ โทโคโยะโนะคุน (常世の国 Tokoyo no Kuni) โทโคโยะโนะคุนินั้นกล่าวว่าเป็นโลกนิรันดร์ ต่างจากปรโลกหรือโลกของผู้วายชนม์ โยมิโนะคุนิ (黄泉の国 Yomi no Kuni)

สุคุนะรายที่สองในบันทึกโบราณ: เรียวเมนสุคุนะ (สุคุนะสองหน้า)

มีบันทึกที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรียวเมนสุคุนะ (両面宿儺 Ryomen Sukuna สุคุนะสองหน้า) หากดูตามในพงศาวดารญี่ปุ่นนิฮอนโชกิ สุคุนะสองหน้านั้นถูกกล่าวว่าเป็นบุคคลเลวทรามที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วดินแดนฮิดะ ขัดคำสั่งของวังหลวงแห่งยามาโตะ และถูกใช้กำลังขับไล่ออกไป

อย่างไรก็ดี ในตำนานท้องที่ของทางแถบฮิดะกลับกล่าวว่า สุคุนะสองหน้านี้เป็นวีรบุรุษของชาวบ้าน เป็นผู้นำศาสนาพุทธเข้ามายังฮิดะ และเป็นผู้อุปถัมภ์คำจุนวัดในพื้นที่หลายแห่ง

แต่ไม่ว่าในบันทึกของฝั่งในก็ตาม รูปลักษณ์ของสุคุนะสองหน้าก็ตรงกัน คือ มีส่วนศีรษะและลำตัวเพียงอย่างละอัน แต่ในส่วนศีรษะนั้นมีใบหน้าสองหน้าอยู่ตรงข้ามกัน (หน้าและหลัง) ใบหน้าแต่ละหน้าก็มีแขนขาอย่างละหนึ่งคู่ของตนเป็นเอกเทศ (รวม 4 แขน 4 ขา) มีร่างสูงใหญ่กว่าคนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยในสมัยนั้น และยังฉลาดปราดเปรื่องและมีพละกำลังมหาศาล มือคู่หนึ่งใช้ดาบคู่ ส่วนมืออีกคู่ใช้ศรและธนูเป็นอาวุธ

เรียวเมนสุคุนะในกระแสป๊อปในปัจจุบัน

หลายคนคงเพิ่งได้ยินชื่อ เรียวเมนสุคุนะ มาจากอนิเมะและมังงะเรื่อง Jujutsu Kaisen (มหาเวทย์ผนึกมาร) กันสินะครับ แต่ตัวละครที่ชื่อเรียวเมนสุคุนะนี้เคยปรากฏขึ้นในมังงะเรื่อง “宗像教授伝奇考” ซึ่งแปลได้ว่า "ความคิดหลุดโลกของศาสตรจารย์มุนาคาตะ"

ซึ่งในมังงะนี้ สุคุนะทั้งสองนั้นเกี่ยวข้องกันในฐานะชนเผ่าเดียวกัน (อาจจะเป็นบรรพบุรุษ-เชื้อสายกัน) โดยสุคุนะนั้นเป็นชนเผ่าที่อพยพมาจากอินเดียที่เข้ามาในยุคเทพปรณัม ได้พบกับโอคุนินุชิและแบ่งปันวิชาความรู้และวัฒนธรรมให้คนญี่ปุ่น เช่น การตีเหล็ก การทำสุรา รวมไปถึงพระพุทธศาสนาทางสายอินเดียและมนตร์ต่าง ๆ ด้วย ชนเผ่าดังกล่าวก็ไปตั้งรกรากกันที่แถบฮิดะในภายหลัง แต่เนื่องจากรูปลักษณ์ที่ดูน่าหวาดกลัว และอาจจะเป็นอุปสรรคในการยึดครองดินแดน ทางวังหลวงยามาโตะจึงตราหน้าให้สุคุนะสองหน้าเป็นคนพาลเพื่อกำจัดเขาไป

ส่วนในเรื่อง Jujutsu Kaisen เรียวเมนสุคุนะมีฐานะเป็น "ราชันแห่งไสยเวทย์" (คำสาป) มีตาสองคู่ แขนสองคู่ และมีพลังไสยเวทย์ทั้งมวลในครอบครอง

เรียวเมนสุคุนะที่ปรากฏในเรื่องนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าดึงลักษณะบางส่วนของสุคุนะทั้งสองมาผสมกัน เช่นการมีตาและแขนสองคู่ (จากเรียวเมนสุคุนะแห่งฮิดะ) และเป็นราชันแห่งไสยเวทย์และโลกใต้ดิน (จากเทพสุคุนะบิโคนะ)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมังงะเรื่องนี้เริ่มเขียนขึ้นในปี 2018 ผู้ที่คร่ำหวอดในเรื่องเหนือธรรมชาติของญี่ปุ่นก็อดคิดไม่ได้ว่า ตัวละครนี้ยังได้ต้นแบบมาจาก "เรียวเมนสุคุนะ" อีกรายครับ นั่นก็คือ มัมมี่ต้องสาปแห่งด้านมืดของญี่ปุ่น

เรื่องของเรียวเมนสุคุนะที่เป็นวัตถุต้องสาปนั้นได้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี 2005 เป็นตำนานเมืองในกระทู้ที่โพสต์ลงใน 2Channel และแน่นอนครับ เราได้นำเรื่องที่ว่ามาให้คุณอ่านกันแบบเต็ม ๆ ด้านล่างครับ!

เรียวเมนสุคุนะ:ตำนานเมือง

เรียวเมนสุคุนะ:ตำนานเมือง

ผมทำงานบริษัทก่อสร้างอยู่ครับ วันก่อนพวกผมต้องไปรื้อถอนวัดเก่าแก่ในจังหวัดอิวาเตะ เป็นวัดที่ไม่มีใครใช้งานแล้วครับ

แล้วระหว่างที่ผมกำลังร้อตัววัดกันอยู่ เพื่อนร่วมงานก็เรียกผม
"มานี่หน่อย แป๊บนึง…"
พอไปตามที่เพื่อนเรียก ก็พบกับกล่องไม้ทรงยาวเหมือนโลงศพสีเข้มดำอยู่ที่เท้าของเพื่อนร่วมงาน
ผม: "อะไรละเนี่ย?"
เพื่อนร่วมงาน: "เอ่อ เราก็กำลังสงสัยอยู่เนี่ยแหละ... ไปเจออยู่ในห้องปิดตายที่ท้ายอุโบสถน่ะ เดี๋ยวเราจะลองติดต่อผู้รับเหมาที่ดูแลงานนี้ดูนะ"

ขนาดของกล่องไม้ก็ประมาณ 2 เมตร ดูสภาพแล้วค่อนข้างเก่าแก่ แถมเนื้อไม้ก็อาจจะผุผังแล้วด้วย

ด้านหน้ามีกระดาษสีขาวแปะไไว้อยู่ พร้อมเขียนอะไรบางอย่างไว้ด้วย เท่าที่ดูก็รู้เลยว่าเป้นอักขระโบราณ เหมือนที่พบเห็นได้ตามในเทพปรณัมหรือตำนานโบราณ แต่กระดาษก็ขาดพรุนหลายจุดจนแทบจะอ่านอะไรไม่ออก

เท่าที่ผมอ่านมาได้ก็คือ
"ปีไทโชที่ ??? เดือนกรกฎาคม ??? นำไสยเวทย์ ??? เรียวเมนสุคุนะไปสะกดที่ ???"
อะไรประมาณนี้ครับ และกล่องไม้นี้ก็ถูกตอกด้วยตะปู คงไม่สามารถเปิดได้ ทางผู้รับเหมาบอกว่า "เดี๋ยวจะลองไปถามอดีตเจ้าอาวาสดูพรุ่งนี้" วันนั้นผมเลยตั้งกล่องไว้ที่ลานวางวัสดุก่อสร้าง

วันถัดมา ก่อนจะไปถึงไซต์งานรื้อถอน ทางผู้รับเหมาก็โทรมา

ผู้รับเหมา: "เรื่องกล่องไม้นั้นน่ะ... อดีตเจ้าอาวาสท่านบอกว่า 'อย่าเปิดมันอย่างเด็ดขาด!!' น้ำเสียงจริงจังมาก...
เห็นบอกว่าเดี๋ยวจะเอาไปเอง ฝากด้วยละกัน
"

ผมโทรหาผู้คุมไซต์งานเพื่อบอกเรื่องกล่องไม้เผื่อไว้ก่อนก่อนที่จะไปถึงไซต์งาน

ผม: "เอ่อ คือเรื่องกล่องไม้เมื่อวานน่ะครับ"
ผู้คุม: "อ้อ กล่องอันนั้นเหรอ! บริษัทเราจ้างคนงานพาร์ทไทม์ชาวจีน (นักศึกษาต่างชาติ) ไว้สองคนใช่มั้ย? เจ้าสองคนนั้นมันแอบไปเปิดกล่องกันแล้วน่ะ!! เอาเป็นว่ารีบมาเร็ว ๆ ก็แล้วกัน"

ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยรีบไปที่ไซต์งานอย่างเร็ว เห็นคนประมาณ 5-6 คนกำลังมุงกันอยู่ที่ลานวางวัสดุ
คนงานพาร์ทไทม์ชาวจีนสองรายก็กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงหน้าลานวางวัสดุ

ผู้คุม: "ไอ้เจ้านี่น่ะมันแอบมาเปิดกล่องเล่นกับเพื่อนมัน แต่ปัญหาก็คืออะไรที่อยู่ข้างในกล่องนั่นแหละ... ช่วยมาดูหน่อยสิ"

ถ้าพูดกันตรง ๆ เลย มันคืออะไรบางอย่างคล้าย ๆ กับมัมมี่มนุษย์ทำมือในท่าเหมือนนักมวย
แต่สิ่งที่แปลกจริง ๆ ก็คือ... มันมีสองหัว ดูแล้วเหมือนคนพิกลพิการ หรือจะเป้นแฝดสยาม?
ผมก็คิดว่ามันคงเป็นคนพิการหรือของที่ทำปลอมขึ้น...

ผู้คุม: "พอเห็นสิ่งนี้เสร็จ ไม่รู้เจ้าสองคนนี้มันช็อคหรืออะไร แต่ก็ไม่ปริปากอะไรเลยสักคำ"

ไม่ว่าเราจะสอบถามพูดคุยอะไร คนงานพาร์ทไทม์ชาวจีนทั้งสองคนก็อยู่ในสภาพสติไม่อยู่กับตัวตลอด (ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองคนก็พูดญี่ปุ่นรู้เรื่องพอตัวเลย)

อ้อ ลืมบอกไป มัมมี่ที่เห็นนั้นมี

"สองหัวอยู่คนละฝั่ง (ซ้าย-ขวา) แขนสองข้างต่อฝั่ง แต่มีขาแค่สองข้างเหมือนคนปกติ"

เป็นรูปร่างที่แปลกประหลาด ตัวผมเองเคยเห็นความพิการผิดรูปต่าง ๆ ตามในเน็ตและ 2ch ก็เลยแปลกใจ แต่ก็คิดว่า "คงเป้นแค่ความพิกลพิการ ไม่ก็มัมมี่ของปลอมที่คนทำขึ้น"
แล้วพอชาวจีนทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและทางพวกผมกำลังคุยกันว่าจะแจ้งตำรวจยังไงกัน อดีตเจ้าอาวาส (อายุน่าจะเกิน 80) ก็มาถึงโดยมีลูกชายเป็นคนขับรถมาให้ สิ่งแรกที่ท่านพูดออกมาก็คือ

เจ้าอาวาส: "เปิดแล้วก้ะ?! เปิดไปแล้วกาบ่าสึ่งตึง?! ฉิบหาย ถ้าเปิดก็ฉิบหายละ!!"

เจอแบบนี้แบบไม่ทันตั้งตัว พวกผมก็งงเป็นไก่ตาแตกเลยครับ ต่อมาเจ้าอาวาสก็หันไปตวาดลูกชาย
สำเนียงอิวาเตะของเจ้าอาวาสค่อนข้างจะฟังยาก ผมเลยขอเขียนเป็นภาษากลางบางส่วนนะครับ

เจ้าอาวาส: "ฮาบอกคิงแล้ว ว่าจะใดก็ตึงต้องส่งท่านเรียวเมนสุคุนะไปตั๊ดวัด (อะไรสักอย่าง ได้ยินไม่ชัด) ในเกียวโตหื้อได้!! แต่คิงก็บ่ได้ส่งไปก้ะบ่าง่าวนี่! บักสึ่งตึง!

เป็นเสียงตวาดที่ไม่เชื่อว่าจะได้ยินจากปากคนอายุ 80 ขึ้นเลยครับ

เจ้าอาวาส: "ใผเปิด? อยู่โฮงบาล? หมู่นั้นท่าจะบ่าฮอดละ เดี๋ยวฮาปัดรังควานให้หมู่คิงก่อนละกั๋น"

เอาจริง ๆ พวกผมก็กลัวหันหนักเลยปล่อยเลยตามเลยให้เจ้าอาวาสทำอะไรของท่านไป มีทั้งอ่านพระสูตรให้ฟัง เอาสมุดคัมภีร์มาตีตามหลังและไหล่ ท่านทำแบบนี้อยู่นานเลย ประมาณ 30 นาทีได้
เจ้าอาวาสก็เอากล่องไม้ขึ้นรถ แล้วพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

"เอ็นดูฮ้าย แต่หมู่คิงท่าจะบ่าอายุยืนหรอก"

หลังจากนั้น คนงานพาร์ทไทม์ชาวจีนคนหนึ่งก็เสียชีวิตในห้องพักผู้ป่วยจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งทางแพทย์เองก็ยังต้องเกาหัวกันด้วยความงง ส่วนอีกคนหนึ่งก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลจิตเวชย์ แล้วคนงานสามคนก็ล้มหมอนนอนเสื่อกันด้วยไข้สูง ตัวผมเองก็เหยียบตะปูเข้าจนต้องเย็บไป 5 เข็ม

ผมไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย แต่ผมก็คิดไปว่า น่าจะเป็นคนที่พิกลพิการที่ตายเพราะถูกเหยียดถูกรังแกจนกลายเป็นความแค้นและทำให้เกิดเรื่องพวกนี้
ก็เพราะเขามีรูปร่างที่น่าหลาดกลัว... ผมสงสัยว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พื้นที่วัดเคยเป็นหมู่บ้านมาก่อนหรือเปล่า อาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ ผมเองก็อยากจะมีอายุยืนด้วย
ผมมักจะดูกระทู้เรื่องเหนือธรรมชาติบ่อย ๆ ผมเลยสนใจเรื่องพวกนี้ ผมจึงติดต่อไปหาท่านเจ้าอาวาสหลายครั้งเพื่อหาความจริง แต่ก็ไม่รับสายเลยสักครั้งครับ

อย่างไรก็ดี ผมเองก็ได้หมายเลขติดต่อของลูกชายเจ้าอาวาสที่มาด้วยกัน (เป็นผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ อายุประมาณ 50 กว่าปี) เป็นคนที่ดูสดใสและแต่งตัวเด่น เลยคิดว่าน่าจะถามอะไรจากเขาได้บ้าง เรานัดกันไปดื่มคืนนี้ (ดึกหน่อย)

ผมจำได้ว่าเรื่องของ เรียวเมนสุคุนะ เคยถูกเขียนไว้ในมังงะเรื่อง "ความคิดหลุดโลกของศาสตรจารย์มุนาคาตะ"

ชนเผ่าสุคุนะเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาในญี่ปุ่นเมื่อสมัยนานมาแล้ว ได้นำวัฒนธรรมมาสู่ญี่ปุ่นโบราณ กลายเป็นการวางรากฐานด้านวัฒนธรรมให้กับแถบอิสุโมะ และตำนานกกระต่ายขาวแห่งอินาบะและการสร้างชาติของโอคุนินุชิเองก็ได้รับอิทธิพลจากเรื่องนี้
จากนั้น ทางวังหลวงยามาโตะก็บุกอิสุโมะ ขับไล่ให้ชนเผ่าสุคุนะต้องหนีมายังพื้นที่ฮิดะในปัจจุบัน
ตามที่ถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารญี่ปุ่น นิฮอนโชกิ มีอสูรกายนามว่า สุคุนะ ในแถบฮิดะ โดยในบันทึกกล่าวว่าเขาได้สังหารประชาชน จนทางวังหลวงต้องส่งทหารฝีมือดีไปกำจัด

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ มีการกล่าวว่า สุคุนะเป็นชาวต่างชาติที่นำวัฒนธรรมเข้ามาในญี่ปุ่นก่อนสมัยของวังหลวงยามาโตะ คาดว่าคงเป็นช่างตีเหล็กกล้าของท างอินเดีย (และคงนำงานฝีมือดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ญี่ปุ่น)

และสิ่งที่พบในส่วนในสุดของถ้ำแห่งหนึ่งในแถบอสุโมะก็คือ
รูปปั้นเรียวเมนสุคุนะ

ยังมีการกล่าวไว้ว่า ชนเผ่าสุคุนะเข้ามาที่ญี่ปุ่นด้วยเรือคากามิฟุเนะ (羅魔船) ซึ่งเป็นเรือสีดำขลับจนสะท้อนภาพได้ราวกับกระจก แถมคำว่า 羅魔 ยังสามารถอ่านว่า รามา ได้ ซึ่งก็เป็นชื่อของไม้มะเกลือ กล่องนั้นก็เป็นกล่องไม้รูปทรงยาวที่มีสีดำ หรือว่าจะทำจากไม้รามาด้วย...?
งั้น บางที เรียวเมนสุคุนะที่ว่าก็อาจจะเป็นลูกหลานของชนเผ่าสุคุนะที่หรือรอดมาได้แล้วมาอยู่ที่แถบอิวาเตะ

...แต่นั่นก็แค่ความคิดของผมเท่านั้นครับ อาจจะไม่เข้ากับกระทู้เรื่องเหนือธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็อยากเขียนเอาไว้ก่อนครับ

……………(หลังจากคุยกับลูกชายเจ้าอาวาส)

ก่อนถึงเวลานัด ก็มีการติดต่อมาบอกว่า "ไอ้การมาเจอกันแล้วพูดคุยเนี่ย มัน..." ผมเลยบอกลูกชายอดีตเจ้าอาวาสไปว่า "งั้น ถ้าคุยทางโทรศัพท์ละครับ..." “ผมจะเล่าเท่าที่เล่าได้ก็แล้วกัน” นั่นคือข้อตกลง ผมเลยได้ฟังเรื่องราวมาครับ

เราคุยกันประมาณ 30 นาที
เขาเป็นคนสูงอายุที่ช่างคุย ผมขอเขียนเรื่องหลัก ๆ ไว้ในนี้นะครับ

ลูกชายเจ้าอาวาส: "โทษทีนะ พอดีผมโดนพ่อย้ำมา จริง ๆ แค่คุยในโทรศัพท์เองก็อันตรายเหมือนกัน"
ผม: "ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็เป็นฝ่ายขออะไรมากเกินไป สรุปแล้วสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นมันคืออะไรครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "นั่นน่ะ เป็นคนรูปร่างผิดปกติที่ถูกเอาไปแสดงในละครสัตว์ที่เอาคนรูปร่างผิดปกติต่าง ๆ มาแสดงในช่วงสมัยปีไทโชน่ะ"
ผม: "งั้น ในสมัยนั้นเขาก็มีชีวิตจริง ๆ ในสภาพเหมือนแฝดตัวติดกันเหรอครับ? แบบแฝดสยาม?"
ลูกชายเจ้าอาวาส:  "ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนจะอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอิวาเตะไม่กี่ปี แล้วพ่อแม่ที่ไม่มีอันจะกินก็ขายเขาให้พวกพวกรับซื้อมนุษย์ เลยไปอยู่ในคณะละครสัตว์น่ะ"
ผม: "เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง... แต่ ทำไมเขาถึงแห้งเหี่ยวเป้นมัมมี่แบบนั้นละครับ"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ถ้าจะพูดให้ถูก นั่นน่ะคือพระที่กลายเป็นมัมมี่ (即身仏) น่ะ"
ผม: "พระที่กลายเป็นมัมมี่ งั้นเขากลายเป็นแบบนั้นด้วยความประสงค์ของตัวเองเหรอครับ?"

ลูกชายเจ้าอาวาส: "...คุณตั้งใจจะเอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนอื่นใช่มั้ย?"
ผม: "ถ้าให้พูดตามตรงก็... ครับ ก็ว่าจะเอาไปพูดต่อ"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ไม่เป็นไรเลย ไหน ๆ ก็พูดมาตามตรงแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็นะ ทางผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะเล่าทุกอย่างอยู่ดี...

นั่นน่ะ ถูกบังคับให้กลายเป็นแบบนั้นอีกทีน่ะ ในตอนนั้นก็มีกลุ่มคนที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่าลัทธิอันตรายอยู่
โทษทีที่ไม่สามารถบอกชื่อลัทธิได้ ผมว่าพวกนี้ในปัจจุบันก็ยังทำงานกันอยู่ลับ ๆ อยู่...
"

ผม: "ถ้าผมเอาไปพูดกับใคร ทุกคนจะต้องร้อง ‘อ๋อ ลัทธินั้นเหรอ' กันเลยรึเแล่าครับ?’"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ไม่รู้สิ ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) เป็นองค์กรลับในลับ เป้นลัทธิชั่วร้ายของแท้เลย"
ผม: "งั้นเหรือครับ"

ลูกชายเจ้าอาวาส: "แล้วเจ้าลัทธิก็เป็นคนที่สุด ๆ เลย ใช้แต่เดรัจฉานวิชา"
ผม: "เดรัจฉานวิชา?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ใช่แล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือ ‘สิ่งที่ไม่ควรทำ’ ก่อนหน้านี้ ลัทธิชินงอนสายทาจิคาวะถูกตราหน้าให้เป็นลัทธิชั่วและเป็นเดียรถีย์ แต่อันที่ว่านี่มันไม่ใช่อะไรเบา ๆ แบบนั้น"

ผม: "...แล้วมันเป็นแบบไหนละครับ?"

ลูกชายเจ้าอาวาส: "ก็ มันไม่มีเอกสารอะไรหลงเหลือไว้นะ แถมเจ้าตัวก็ใช้ชื่อปลอม เดิมทีก็ไม่ใช่คนที่ขึ้นมายืนพูดบนเวทีปราศัยอยู่แล้วด้วย แล้วก็ถ้าลัทธินี้ยังมีตัวตนอยู่ในปัจจุบัน ก็อาจจะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ้าลัทธิคนปัจจุบันเลยก็ได้ เอาเป็นว่า ชื่อของเขาก็คือ... โมโนโนเบะ เท็งโกคุ (物部天獄 / Mononobe Tengoku) นั่นคือชื่อของเจ้าลัทธิ"
ผม: "โมโนโนเบะ เท็งโกคุ ชื่อปลอมสินะครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ใช่แล้ว ชื่อปลอม แล้วก็นะ พอเท็งโกคุคนนี้ได้ไปที่การแสดงคนรูปร่างพิลึก เขาก็กว้านซื้อคนรูปร่างแปลกทั้งหมด รวมถึง... เรียกว่าอะไรนะ แฝดสยามเหรอ? รวมถึงคนนั้นด้วยนั่นแหละ"

ผม: "... แล้ว?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "รู้จักโคะโดคุ (蠱毒 / Kodoku) มั้ย? เขียนด้วยคันจิคำว่า ‘แมลง’ กับ ‘พิษ’ แล้วก็ตรงคำว่าแมลงเป็นคันจิพิเศษที่เอาคันจิคำว่าแมลงแบบปกติสามตัวมารวมกัน"
ผม: "ที่เป็นวิชาที่เอาสัตว์มีพิษหลาย ๆ ชนิดมาใส่รวมกันในขวดโหล แล้วเอาตัวสุดท้ายที่เหลือรอดไปทำเป้นคุณไสยใช่มั้ยครับ?" (เคยอ่านจากในมังงะมาก่อน 5555)
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ใช่ ๆ ! รู้ได่ไงเนี่ย?? เจ๋งไปเลย"

ผม: "ก็ นิดหน่อยครับ... แล้ว?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "อ้อ ก็ เท็งโกคุเนี่ย ทำพิธีโคะโดคุโดยใช้มนุษย์น่ะ"
ผม: "เอาคนเป็น ๆ ไปขังรวมกันในห้องเนี่ยนะ?? โม้รึป่าวครับเนี่ย?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "(เสียงดูไม่ชอบใจ) ผมเองก็ฟังมาจากพ่ออีกที แล้วก้ไม่ได้เชื่อทุกอย่าง 100% ด้วย... งั้นพอแค่นี้ดีมั้ย?"
ผม: "ขอโทษครับ! ... ต่อเลยครับ"

ลูกชายเจ้าอาวาส: "โอเค ก็นะ พิธีนี้ก็ทำโดยใช้คนรูปร่างผิดปกติจำนวนหลายคน ก็ไม่รู้นะว่าฐานหลักของลัทธิอยู่ที่ไหน แต่ว่ากันว่าเขาเอาพวกนั้นไปขังรวมกันในห้องใต้ดิน แล้วแฝดสยาม? ก็เหลือรอดเป้นคนสุดท้าย"
ผม: "ถูกขังกันอยู่นานแค่ไหนครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ผมก็ไม่รู้รายละเอียดนะ แต่ก็คงพอจะจินตนาการได้ว่าต้องใช้เวลาแค่ไหนที่ต้องยอมกินเนื้อของเพื่อนรวมถึงอุจจาระ-ปัสสาวะของตัวเองเพื่อให้มีชีวิตรอด"
ผม: "ฟังแล้วไม่อยากจะจินตนาการเลยครับ..."

ลูกชายเจ้าอาวาส: "แล้วก็ ดูเหมือนว่าทางเท็งโกคุตั้งใจจะให้แฝดสยามคนนี้รวดแต่แรกแล้ว พวกคนรูปร่างแปลกคนอื่น ๆ ก็ถูกทำร้ายปางตายด้วยมีดหรืออย่างอื่น แล้วก็ถูกเอาไปขังในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย คงเพราะรูปร่างเหมือนรูปปั้นอสูร (อาชูร่า) เท็งโกคุคงหลงไหลในความเหมือนเทพ (ความแปลกประหลาด) ของเขาแหละมั้ง"
ผม: "ก็พอจะเข้าใจได้ครับ..."
ลูกชายเจ้าอาวาส: "แล้วก็ ถึงจะรอดชีวิตมาก็ตาม แต่เขาก็เป็นแค่เครื่องมือของเท็งโกคุ สุดท้ายก็ถูกนำไปขังเดี่ยวต่อทันที ปล่อยให้อดตาบ เอามาฆ่าเชื้อให้เป็นมัมมี่ จนได้เป็น เรียวเมนสุคุนะ ชื่อที่พ่อผมใช้เรียกสิ่งนั้นในวันก่อน"

ผม: "เรียวเมนสุคุนะคืออะไรครับ?"

*เขาเล่าให้ฟังว่าแฝดสยามรูปร่างพิกลนั้นถูกตั้งชื่อตามตำนานในสมัยเทพปรณัมที่กล่าวถึงอสูรกายสองหน้าสี่แขนที่ชื่อ เรียวเมนสุคุนะ

ผม; "งั้นเหรอครับ..."

ลูกชายเจ้าอาวาส: "แล้วเรียวเมนสุคุนะที่ได้นี้ เท็งโกคุก็นำมาใช้เป็นพระประธานประจำลัทธิ เป็นพระต้องสาป สามารถใช้สาปคนอื่นให้วอดวายได้ และถ้าใช้ไม่คล่อง ก็อาจะสาปให้คนจำนวนมากตายได้เลย เขาได้สร้างพระต้องสาปที่แสนอันตรายขึ้น อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่เท็งโกคุคิดน่ะนะ"
ผม: "แล้วเป้าหมายของคำสาปคือใครครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "...พ่อผมบอกว่า ประเทศทั้งประเทศ"
ผม: "ญี่ปุ่นทั้งหมดทั้งมวลเหรอครับ? เท็งโกคุคนนี้นี่ เขาเพี้ยนไปแล้วใช่มั้ยครับเนี่ย?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "บางทีเขาก็คงไม่ปกติแหละ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นของต้องสาปเพียงอย่างเดียว เขายังนำของบางอย่างใส่ลงในท้องของเรียวเมนสุคุนะอีกด้วย..."

ผม: "อะไรเหรอครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "กระดูกมนุษย์โบราณน่ะ เป็น (ชนเผ่าเร่ร่อน) ที่ถูกทางวังหลวงยามาโตะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่เรียกว่ากบฎในสายตาของพวกยามาโตะนั่นแหละ เขาเอาผงกระดูกของมนุษย์โบราณเหล่านั้นใส่ลงในกระเพาะของมัมมี่นั้น..."
ผม: "เขาไปได้ของพรรค์นั้นมาจากไหนครับ...!?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "เคยเห็นในทีวีหรือหนังสือพิมพ์มั้ย? ตอนที่มีการขุดสำรวจซากโบราณหรือหลุมฝังศพโบราณ มีคนงานขุดสำรวจใช่มั้ยล่ะ สมัยนั้นการตรวจตราก็ไม่ได้เข้มงวดกันมาก ดูเหมือนว่าเขาจะเล็งขโมยเอากระดูกมาจากที่แบบนั้นน่ะ"
ผม: "เป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากเลยนะครับ..."
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ใช่มั้ย? ผมก็คิดเหมือนกัน แต่ก็ยังมีเรื่องอุบัติภัยที่เกิดขึ้นหลายครั้งในสมัยปีไทโชด้วย"

ปี 1914 (ปีไทโชที่ 3): การประทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟซากุระจิมะ (ผู้บาดเจ็บ 9600 ราย)
ปี 1914 (ปีไทโชที่ 3): แผ่นดินไหวที่อาคิตะ (ผู้เสียชีวิต 94 ราย)
ปี 1914 (ปีไทโชที่ 3): การระเบิดของเหมืองถ่านหินโฮโจ (ผู้เสียชีวิต 687 ราย)
ปี 1916 (ปีไทโชที่ 5): อัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ฮาโกดาเตะ
ปี 1917 (ปีไทโชที่ 6): อุทกภัยครั้งใหญ่ญี่ปุ่นตะวันออก (ผู้เสียชีวิต 1300 ราย)
ปี 1917 (ปีไทโชที่ 6): การระเบิดของเหมืองถ่านหินคิริโนะ (ผู้เสียชีวิต 361 ราย)
ปี 1922 (ปีไทโชที่ 11): อุบัติเหตุทางรถไฟในโอยะชิราสุนาดาเระ (ผู้เสียชีวิต 130 ราย)
แล้วก็ ในวันที่ 1 กันยายน 1923 (ปีไทโชที่ 12) เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต มีผู้เสียชีวิตและผู้หายสาบสูญ 142,800 ราย

ผม: "แล้วมันยังไงครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ดูเหมือนว่า ทุกจุดที่ว่ามาคือพื้นที่ที่ทีการย้ายเรียวเมนสุคุนะไปไว้น่ะ"
ผม: "ไม่จริงน่า! ลัทธินี้มีสาขาอยู่ทุกที่ตามที่ว่ามาเลยเหรอครับ? เป็นแค่เรื่องบังเอิญสินะครับ (หัวเราะกลบเกลื่อน)"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ผมก็คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเหลวไหลนะ แล้วก็ ในวันที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต อุบัติภัยครั้งใหญ่ที่สุดแห่งสมัยปีไทโช เท็งโกคุก็ได้เสียชีวิตลงก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหว"
ผม; "ตายงั้นเหรอครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ได้ยินมาว่าฆ่าตัวตายน่ะ มีข่าวลือกันว่าเขาไม่ใช่คนญี่ปุ่นแท้ด้วย..."
ผม: "ตายยังไงครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ปาดคอตัวเองด้วยดาบญี่ปุ่นน่ะ ต่อหน้าเรียวเมนสุคุนะเลย มีคำเขียนฆ่าตัวตายที่เขียนด้วยเลือดด้วย..."
ผม; "เขียนไว้ว่าอะไรครับ?"

ญี่ ปุ่ น จั ก สู ญ สิ้ น

ผม: "... ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวเลยใช่มั้ยครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ใช่แล้ว"
ผม: "... แค่เรื่องบังเอิญใช่มั้ยครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "...อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้"

ผม: "แล้วตอนนั้นเรียวเมนสุคุนะกับเท็งโกคุอยู่ที่ไหนครับ...?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "เห็นว่าอยู่ใกล้ ๆ อ่าวซากามิ ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเลย"
ผม: "... แล้วหลังจากนั้น เรียวเมนสุคุนะไปที่ไหนมาบ้างก่อนจะมาอยู่ที่วัดนั้นในอิวาเตะครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "นั่นเป็นส่วนเดียวที่พ่อผมไม่ได้เล่าให้ฟังนะ"

ผม: "ตอนนั้น เห็นท่านเจ้าอาวาสบอกคุณประมาณว่า 'ทำไมไม่ส่งไปวัดในเกียวโต' นั่นคืออะไรครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "อ้าว ได้ยินด้วยเหรอ... นั่นก็เรื่องเมื่อ 30 ปีก่อนน่ะ ตอนนั้นผมเคยตั้งใจจะเป็นเจ้าอาวาสต่อจากพ่อ ตอนนั้นก็เป็นความสะเพร่าและความผิดพลาดของผมเอง
แล้วจากนั้นวัดก็ไม่มีคนดูแลมาหลายปี... ผมคงพูดได้แค่นี้แหละ
"
ผม: "แล้ว... ตอนนี้เรียวเมนสุคุนะอยู่ที่ไหนครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "อันนั้นผมก็ไม่รู้นะ เอาจริง ๆ ผมติดต่อพ่อไม่ได้มาหลายวันแล้ว...
ตั้งแต่เขาเอามันกลับบ้านมา ก็เห็นเอาใส่รถแปลก ๆ แค่นั้น
"

ผม: "งั้นเหรอครับ... ทีแรกเห็นบอกว่าจะไม่เล่าเรื่องทั้งหมด ทำไมถึงบอกมาซะละเอียดเลยละครับ?"
ลูกชายเจ้าอาวาส: "ตอนนั้นพ่อผมเคยพูดไว้ใช่มั้ย? น่าสงสารนะ แต่พวกคุณคงจะไม่ได้มีอายุยืนหรอก อะไรประมาณนี้"
ผม: "···"

ลูกชายเจ้าอาวาส: "งั้นพอแค่นี้ก็แล้วกัน อย่าโทรมาอีกล่ะ"
ผม: "... ขอบคุณครับ"

นั่นคือเรื่องที่เราคุยกันทางโทรศัพท์... เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ได้เชื่ออะไรทั้งหมดครับ
รู้สึกเหมือนจะป่วยขึ้นมา ผมขอไปฟุบนะครับ โทษทีทีเขียนแบบต่อเนื่องและยืดยาว

---------------------------------------

มัมมี่วัตถุต้องสาป... ฟังแล้วคล้าย ๆ กันมั้ยครับ ถึงจะไม่ใช่นิ้วมือทั้ง 20 นิ้วแต่ก็ถือว่ามีส่วนคล้ายคลึงบ้างสินะครับ

หลายคนมองว่าอดีตเจ้าอาวาสเรียกวัตถุต้องสาปว่า "ท่านเรียวเมนสุคุนะ" แถมแต่เดิมยังจะให้ลูกชายส่งไปยังวัดที่เกียวโตโดยไม่มีการทำพิธีอะไรพิเศษเลย เลยเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด (อาจจะเป็นคนในลัทธิที่ว่าด้วยซ้ำ) แต่ก็มีการแย้งว่า ในกระดาษบนกล่องเขียนว่าให้นำไปสะกด ก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ

แถมการที่มัมมี่ตนนั้นในสมัยมีชีวิตเคยเกิดและเติบโตในจังหวัดอิวาเตะมาก่อน แล้วมาอยู่ที่นี่เป็นเวลา 30 กว่าปี ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญมั้งครับ

แต่ที่แน่ ๆ คือ ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ และเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ญี่ปุ่นตะวันออกในปี 2011 ก็อาจจะเกิดจากเรียวเมสสุคุนะในน้ำมือของลัทธิที่ว่าก็เป็นได้ครับ...

หัวข้อเรื่อง

Survey[แบบสอบถาม] กรุณาบอกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น







Recommend