
ซะกะโมะโตะ เรียวมะ คือใคร
เขาคือซามูไรที่มีชีวิตในปลายยุคเอโดะ เป็นทั้งยอดนักดาบ, นักเจรจา, เป็นซามูไรผู้มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวล้มล้างระบอบการปกครองของรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะในช่วงปลายยุคเอโดะ เพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคมญี่ปุ่น และปฏิรูปประเทศให้ไปสู่ความทันสมัยตามอย่างชาติยุโรปตะวันตก
เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง”ไคเอ็นไต”ซึ่งเป็นบริษัทพาณิชย์นาวีแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นและเป็นลูกศิษย์ของ”คะสึ ไคชู” ผู้วางรากฐานแห่งกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น

สิ่งที่ทำให้ เรียวมะ โด่งดังและเป็นที่ยกย่องของคนญี่ปุ่นมากมาย
เรียวมะ เป็นหนึ่งในซามูไรที่อยู่ในกลุ่มสนับสนุนการปฏิรูปการปกครองและนโยบายเปิดประเทศ จากซามูไรพเนจรผู้ต้องโทษในฐานะหลบหนีออกจากแคว้นของตนเอง กลายเป็นบุคคลสำคัญในการจุดประกายให้ประเทศญี่ปุ่นก้าวสู่ยุคใหม่ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและการปกครอง เป็นผู้เจรจาเชื่อมโยงผู้นำแห่งแคว้นใหญ่ที่มีอำนาจให้เห็นด้วยกับนโยบายนี้ และเป็นผู้ร่างแผน 8 ประการเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจและการปกครอง (Senchu-Hassaku)
เป็นคนแรกที่ริเริ่มการค้าขายทางทะเลในรูป "บริษัท" เป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่น บุคคลิกลักษณะที่ไล่ตามความใฝ่ฝันอย่างอิสระ, ความเฉียบแหลมในการเจรจา, ความเป็นคนหัวก้าวหน้า สมัยใหม่ ทำให้ชาวญี่ปุ่นจดจำ รำลึก และเคารพนับถือเรื่องราวของเขามาจนทุกวันนี้
แผน 8 ประการเพื่อรัฐบาลใหม่ที่นำเสนอโดย เรียวมะ
- อำนาจทางการเมือง คำสั่ง การบังคับบัญชาทั้งปวงเป็นอำนาจของราชสำนัก
- จัดตั้งสภาบนและสภาล่างเพื่อใช้พิจารณากฏหมาย
- ขุนนางผู้มีความสามารถ ปัญญาชนและคนทั่วไปควรเข้ามาเป็นข้าราชการ หน่วยงานในอดีตที่ไม่ตอบสนองเป้าหมายต้องยุบทิ้งไป
- การต่างประเทศ ควรดำเนินการด้วยกฏระเบียบที่เหมาะสม บนพื้นฐานการรับความคิดเห็นที่เปิดกว้าง
- ยกเลิกระเบียบข้อบังคับเก่า เลือกใช้เฉพาะกฏหมายที่ให้ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน
- กองทัพเรือต้องขยายใหญ่ขึ้น
- สร้างกองกำลังรักษาพระองค์เพื่อป้องกันเมืองหลวง
- ราคาสินค้าและเครื่องเงิน ให้ค้าขายในระบบเดียวและเทียบเท่าต่างประเทศ

พื้นเพของ เรียวมะ
ซะกะโมะโตะ เรียวมะ เกิดในปี ค.ศ. 1836 ตรงกับศักราชเทมโป ปีที่ 6 ณ เมืองโคจิ แคว้นโทะซะ (ปัจจุบันแคว้นนี้ได้แก่พื้นที่จังหวัดโคจิ บนเกาะชิโกะกุ)
เขาเป็นบุตรของครอบครัวตระกูลซามูไรชั้นโกชิ ซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นชนชั้นพ่อค้าทำอาชีพกลั่นสาเกขาย และได้เลื่อนขึ้นเป็นซามูไรโดยการซื้อตำแหน่ง (ซามูไรประเภทนี้นับเป็นซามูไรระดับต่ำที่สุดในระบบศักดินาของประเทศญี่ปุ่น) มีพี่สาวชื่อ ซะกะโมะโตะ โอะโตะเมะ
ในวัยเด็กนั้นเรียวมะมักถูกรังแกเวลาอยู่ที่โรงเรียน พี่สาวคนหนึ่งของเรียวมะจึงย้ายให้เขาไปเรียนอยู่ในสำนักดาบแทน จนกระทั่งเมื่อเจริญวัยขึ้น เขาก็ได้เป็นครูดาบอยู่ในแคว้นโทะซะแห่งนั้น

จุดเปลี่ยนในชีวิต
การเข้ามาของชาติตะวันตก ในสมัยแห่งการแสวงหาอาณานิคม พลเรือตรี Matthew Perry ได้นำกองเรือรบ Black ships มาปิดอ่าว อูรางะ ใกล้กับเอโดะ เพื่อบีบคั้นประเทศญี่ปุ่นที่ขังตัวเองอย่างเงียบเชียบมานานหลายร้อยปีให้เปิดประเทศ ต้อนรับมหาอำนาจตะวันตก รวมทั้งปัญหาความอดอยากยากจนของชนชั้นล่างซึ่งเป็นชาวนาจากการบีบเก็บภาษีของบรรดาไดเมียว ซึ่งเป็นผู้ปกครองแคว้น รวมทั้งรัฐบาลเอง ปัญหาความแตกต่างระหว่างชนชั้น ทำให้แนวคิดในการปฏิรูปการปกครองประเทศเกิดขึ้น

เข้าสู่สนามการค้าและการเมือง
ปี ค.ศ. 1864 รัฐบาลโชกุนโทกูงาวะเริ่มดำเนินนโยบายการปกครองไปในทางที่แข็งกร้าวมากขึ้น คะสึ ไคชู ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้ากรมทหารเรือ และศูนย์ฝึกทหารเรือที่โกเบได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มซามูไรหัวรุนแรงที่นิยมแนวทางซนโนโจอิ เรียวมะจึงย้ายจากโกเบไปยังเมืองคาโงชิมะในความปกครองของแคว้นซัตสึมะ ซึ่งที่นั่นได้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางของขบวนการต่างๆ ที่เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐบาลโชกุน

เรียวมะได้กลายเป็นตัวกลางในการเจรจาลับให้แคว้นซัตสึมะและแคว้นโจชูร่วมมือกันเป็นพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลโชกุน ทั้งนี้เนื่องจากว่าทั้งสองแคว้นนั้นต่างเป็นศัตรูกันมาตลอดตั้งแต่อดีต นอกจากนี้เขายังได้ก่อตั้งกองเรือเอกชนและบริษัทการค้าชื่อ คะเมะยะมะชาจู ที่เมืองนางาซากิเพื่อบุกเบิกการค้าขายทางทะเลกับชาวต่างประเทศโดยมีคนญี่ปุ่นดำเนินการเอง โดยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากแคว้นซัตสึมะ (ต่อมาบริษัทนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”ไคเอ็นไต” หรือกองหนุนทางทะเล)
ส่งเสริมการเปิดประเทศด้วยการเรียนรู้ภาษา แนวคิด เทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศ มุ่งสร้างประเทศญี่ปุ่นให้เข้มแข็งด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ แทนการจับดาบขับไล่ชาวต่างชาติดังเช่นที่ซามูไรยุคนั้นกระทำอยู่
บทบาทความเป็นนักปฏิรูปทางความคิดและการเมืองเช่นนี้ทำให้เรียวมะถูกจับตามองจากหลายฝ่าย รวมถึงถูกหมายหัวจากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองที่สวนทางกัน

ปี ค.ศ. 1866 การล่มสลายของระบอบโชกุนที่ใกล้เข้ามาได้ทำให้เรียวมะกลายเป็นบุคคลที่แคว้นโทะซะเริ่มจับตามองถึงบทบาทและความสำคัญของเขา เขาได้ถูกเรียกตัวให้กลับไปที่โทะสะอย่างมีเกียรติ เนื่องจากในเวลานั้นทางแคว้นโทะซะวิตกกังวลถึงผลสำเร็จของการเจรจาระหว่างรัฐบาลโชกุนกับราชสำนักของพระจักรพรรดิ ซึ่งขัดขวางการล้มล้างรัฐบาลโชกุนโดยการใช้กำลังของพันธมิตรซัตโจ
เรียวมะได้แสดงบทบาทอย่างสำคัญยิ่งในการเจรจาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับ โดยการหว่านล้อมผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้เล็งเห็นถึงผลดีในการล้มเลิกการปกครองระบอบรัฐบาลทหารของโชกุน และจัดตั้งสภาบริหารการปกครองโดยให้ไดเมียวจากแคว้นต่างๆ มีส่วนร่วมในการปกครอง กระทั่งนำไปสู่การยอมสละตำแหน่งและถวายคืนพระราชอำนาจแก่พระจักรพรรดิของโชกุนโทกูงาวะ โยชิโนบุ ในปี ค.ศ. 1867 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมจิในระยะต่อมา
มรณกรรม
ซะกะโมะโตะ เรียวมะ เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารเมื่อ ค.ศ. 1867 ที่ ร้านโอมิยะ ในเมืองเกียวโต พร้อมกันกับนะกะโอะกะ ชินตะโร ผู้เป็นพี่น้องร่วมสาบาน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้าการปฏิรูปเมจิจะเกิดขึ้นไม่นานนัก

ดังนั้นคงจะไม่ได้เกินไปนักถ้าจะกล่าวว่า ซากาโมโตะ เรียวมะ คือซามูไรนักปฏิรูปที่มีอิทธิพลต่อคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่ว่าจะในแง่ของการเป็นนักคิด, นักเจรจา, นักปฏิบัติ
เป็นต้นแบบของคนญี่ปุ่นที่ริเริ่มคิดสร้างฐานะ ทำธุรกิจ ติดต่อเจรจากับตะวันตก แล้วลงมือทำอย่างเต็มที่เพื่อความเจริญก้าวหน้า จนกระทั่งประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นเพียงประเทศเกาะเล็กๆ ในเอเชียได้ผงาดกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจมาได้เกือบหนึ่งศตวรรษ

เรียวมะนับเป็นนักคิดผู้มองการณ์ไกลด้วยทัศนะที่ว่า ประเทศญี่ปุ่นไม่ควรย่ำอยู่กับที่ในระบบศักดินาใดๆ อีกต่อไป เขาอ่านและได้แรงบันดาลใจจากวลีแรกของคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาที่กล่าวว่า "All men are created equal" หรือ "มนุษย์ทุกคนล้วนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน" (แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากประสบการณ์การถูกกดขี่อย่างเลวร้ายจากซามูไรระดับสูงในโทะสะ ซึ่งตนเองได้พบเห็นและถูกกระทำมาตั้งแต่วัยเด็ก)
เขาตระหนักว่า หากจะต้องแข่งขันด้านความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีกับโลกภายนอกแล้ว ชาวญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันสมัยเยี่ยงชาวตะวันตกให้มากขึ้น
Comments