อุปนิสัยแบบคนญี่ปุ่นที่มีความเป็นระเบียบในชีวิตประจำวันและให้ความสำคัญกับการรักษาเวลา ดังนั้นสมุด planner จึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญกับคนญี่ปุ่นมาก แม้ทุกวันนี้เราจะมี application ที่ช่วยเหลือในการจัดระเบียบชีวิตแล้ว แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็ยังรักในการจดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการจดบันทึก, การวาดภาพประกอบหรือการตัดปะด้วยอุปกรณ์ต่างๆ
เริ่มจากการมองหาสมุด Planner คู่ใจ
สำหรับสมุด planner ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมคงหนีไม่พ้น HOBONICHI, EDiT, HIGHTIDE, DELFONICS หรือ Jibun ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบการใช้งานภายในเล่มหรือหน้าปกที่สวยงาม ขนาดเล่มที่เหมาะแก่การพกพา แต่คุณประโยชน์ก็ยังคงเหมือนเดิม คือการจดบันทึกสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน
เทคนิคที่ทำให้เราอยากหยิบใช้เพิ่มพลังชีวิตในแต่ละวัน
1. การจดบันทึกอย่างเป็นระเบียบ บางครั้งลายมือเราอาจจะไม่ได้สวย แต่การจดบันทึกอย่างเป็นระเบียบจะช่วยให้สมุดของเราน่าอ่านขึ้น สมุดที่สะอาดตาทำให้น่าหยิบใช้
ส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นมักบันทึกเวลาเป็นชั่วโมงในแต่ละวันที่แน่นอน จะทำให้เห็นภาพรวมว่าวันนี้จะสามารถจัดการกับภารกิจต่างๆได้อย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่น สมุด planner ยังช่วยเตือนเราถึง to do list คือสิ่งที่เราจะต้องทำหรือเตรียม เช่น การประชุม อย่าลืมเตรียมแผนงานที่จะพรีเซนต์ไปนะ!! ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยเวลาคนทำงานยุ่งหรือต้องจัดเตรียมในหลายเรื่อง
การแบ่งกรอบข้อความก็จะช่วยจัดระเบียบให้เราสามารถหาเนื้อหาที่ต้องการง่าย และเป็นการแบ่งแยกเนื้อหา ใจความสำคัญอย่างชัดเจน
2. การใช้สีสัน เราใช้สีสันมาช่วยในการเน้นข้อความ, ดึงดูดสายตา หรือช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น สีสันมีอิทธิพลในทางจิตวิทยา ช่วยทำให้เราผ่อนคลายหรือช่วยกระตุ้นความกระตือรือล้นได้
เราอาจจะใช้สีที่หลากหลายในการจดบันทึกเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการในชีวิตประจำวัน เช่น
♥ สีน้ำเงินให้ความรู้สึกสุขุม, ความสุภาพ, เอาการเอางานและเป็นระเบียบ ใช้ในการจดบันทึกงานทั่วไป
♥ สีแดงให้ความรู้สึกกระตือรือล้น ท้าทาย สิ่งที่ให้ความสำคัญ ใช้ในการจดข้อความกันลืม เช่น นัดหมาย การจ่ายค่าบัตรเครดิต เตือนความจำ
♥ สีเขียวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย, พักผ่อน ใช้ในการจดตารางการออกกำลัง, การท่องเที่ยว
♥ สีม่วงให้ความรู้สึกมีเสน่ห์, น่าค้นหา ใช้ในการจดความฝัน, ความคิดริเริ่มใหม่
♥ สีเหลืองให้ความรู้สึกสดใส, สนุกสนาน ใช้ในการจดกิจกรรมที่จะนำมาพัฒนาตนเอง การอบรม
หรือจะใช้เป็นปากกาสีเดียวแต่ใช้ post-it เป็นตัวช่วยในการแบ่งกลุ่มเรื่องราวก็ได้ อีกทั้ง post-it ยังสามารถดึงออกแล้วติดใหม่เพื่อแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้โดยที่เราไม่ต้องลบให้สมุดเลอะเทอะ
สำหรับเรื่องที่สำคัญ เราจึงควรจะใช้ post-it หรือปากกาไฮไลท์ในการช่วยเน้นความสำคัญอีกที
3. เพิ่มเรื่องราวในการจดบันทึกด้วยรูปภาพ ไม่ว่าจะวาดเองหรือหารูปมาแปะ, คำคมของบุคคลที่เราประทับใจ, คติสอนใจเป็นแรงจูงใจและตัวช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังชีวิตที่มากขึ้นหรือช่วยในการจำเรื่องราวที่จดบันทึกได้เร็วขึ้น
เขียนเป้าหมายในชีวิตในอนาคตที่ชัดเจน แบ่งเป็นเป้าหมายในแต่ละวัน เป้าหมายรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ทั้งในด้านหน้าที่การงาน, การเรียน, สุขภาพ, ความฝัน เพื่อให้ชีวิตเรามีคุณค่า มีแรงบันดาลใจมากยิ่งขึ้น
4. การเป็นตัวของตัวเองด้วยสติ๊กเกอร์หรือเทปกาวช่วยสร้างบรรยากาศ สร้างความหมายให้การจด ให้เราอย่างหยิบสมุดมาใช้มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันมีของตกแต่งสมุดเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นตามร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป
5. ที่คั่นหน้ากระดาษ ช่วยให้เราหาเรื่องสำคัญๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เราดูเป็นมืออาชีพในการทำงาน
ในกรณีที่ข้อมูลเรื่องงานมีเยอะหรืออาจจะเป็นข้อมูลตัวเลขที่เราไม่สามารถจำได้แต่เราจดไว้ในบันทึก แต่การที่เราต้องเสียเวลามาหาข้อมูลต่อหน้าลูกค้าหรือเจ้านาย(และบางครั้งหาไม่เจอ Y Y) ทำให้เราดูไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย แต่ถ้าเราคั่นหน้าสำคัญที่จะใช้ตอบคำถามไว้ จะทำให้เราหาได้อย่างรวดเร็วและได้ข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอน
ทริคเล็กน้อยสำหรับการเข้าประชุม
สำหรับคนทำงาน การเข้าร่วมประชุมเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตพนักงานออฟฟิศ สิ่งที่ต้องจดเสมอคือต้องจดวัน, เวลา, สถานที่, ชื่อผู้ร่วมประชุมและที่สำคัญคือหัวข้อในการประชุมนั้นทุกครั้ง จะช่วยในการย้อนความจำได้เป็นอย่างดี อาจจะมีแปะแผ่น post-it ช่วยเตือนในสิ่งที่ต้องส่งหลังจากการประชุมนั้น หรือรายงานความก้าวหน้าของงานก่อนเข้าร่วมประชุมในครั้งหน้า (ข้อดีของ post-it คือเมื่อเราทำเสร็จแล้ว เราสามารถดึงทิ้งได้ ทำให้สมุดไม่รก)
หรือจะแบ่งหน้ากระดาษในการจดข้อเท็จจริงในการประชุมนั้นกับความเห็นส่วนตัวของเราเป็นตัวช่วยเสริมให้สรุปเรื่องราวหรือจับใจความได้กระชับยิ่งขึ้น เป็นการช่วยประหยัดเวลาในการทำงานแทนที่เราจะต้องมานึกเนื้อหา เรียบเรียงและสรุปความเข้าใจใหม่อีกครั้ง
แต่ละคนจะมีเทคนิคการจดบันทึกที่ไม่เหมือนกัน ตามความชอบและความถนัด แต่การจดบันทึกเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสำหรับคนที่ไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ การจดบันทึกก็ยังจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ละวันของเรามีเรื่องราวมากมาย รูปแบบการบันทึกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หวังว่าผู้ที่อ่านบทความนี้แล้วจะนำไปปรับใช้เป็นรูปแบบของตัวเองได้อย่างเกิดประโยชน์ที่สุดนะ
Comments